333666999333
Getting your Trinity Audio player ready...

333666999333 3ชาวบ้านพญาแมน ขับไล่ผู้ใหญ่บ้าน ส่อทุจริต!  เงิน SML ของรัฐบาล โครงการปุ๋ย เกือบ 300,000 บาท “ปลัดตัวแสบ” เต๊ะถ่วงไม่รับเรื่องร้องเรียน หวั่นอำเภอให้การเอื้อช่วยเหลือ ตัวแทนชาวบ้านบุกศาลากลาง หอบหลักฐานร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสอบ นายอำเภอพิชัย สั่งตั้งกรรมการสอบ ผญบ. “ผิดจริง” เพิกถอนออกจากตำแหน่ง “ไม่หนักใจ เพราะอย่างตรงไปตรงมา” โดยคำนึงถึงประโยชน์ประชาชนในพื้นที่ สั่งให้ติดประกาศผลการประเมินส่วนชาวบ้านแล้ว

Image39 1Image48 2 Image49 2 Image50 Image51 1 Image52 Image53 Image54 1 Image58

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2568 นายชวัท  ขำประดิษ ตัวแทนชาวบ้านหมู่ 3 บ้านท้ายคุ้ง ตำบลพญาแมน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา ตนพร้อมด้วยตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่ หมู่ 3 จำนวนหนึ่ง ได้เดินทางมายังศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อยื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษ นายฉลอม  แย้มสรวล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ตามที่อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ มอบหมายให้หมู่บ้านดำเนินการโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านSML ซึ่งคณะกรรมการของหมู่บ้าน หมู่ที่ 3 บ้านท้ายคุ้ง ได้เริ่มดำเนินการโครงการรอบแรก วันที่ 9 สิงหาคม 2551 โดยมีราษฎรเข้าร่วมโครงการ 119 ราย ซึ่งโครงการดังกล่าวทำให้เงินกองทุน SML ของหมู่บ้านมีผลกำไรจากการดำเนินโครงการ จำนวนเงินต้นรวมกว่า 300,000 บาท

นายชวัท กล่าวว่า จากการตรวจสอบของคณะกรรมการของหมู่บ้านพบว่า เงินจำนวนกว่า 300,000 บาทได้สูญหายจากบัญชีเงินกองทุน ได้สอบถามติดตามจาก นายฉลอม แย้มสรวน ผู้ใหญ่หมู่ 3 หลายครั้ง แต่ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน ชาวบ้านในพื้นที่จึงได้รวมตัวกันลงรายมือชื่อ จำนวนกว่า 333 ราย ที่ไม่ประสงค์ให้ผู้ใหญ่ฉลอม เป็นผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ต่อไป โดยมอบหมายให้ตนเองติดตามทวงถาม พร้อมทำหนังสือถึงนายอำเภอพิชัย ตรวจสอบพฤติการณ์การกระทำของผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน จึงได้นำหลักฐานพร้อมทำหนังสือถึงผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงพร้อมเอาผิดตามกฏหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้อง และหากตรวจพบว่ามีการกระทำความผิดหรือทุจริตต่อหน้าที่ ในเงินกองทุน SML ของหมู่บ้านจริง ขอให้ดำเนินคดีเอาผิดถึงที่สุด โดยมีนายสิรวิชญ์  ปัตติธรรม ผู้อำนวยการกลุ่มงานทรัพยากรบุคคล รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ ออกมารับหนังสือด้วยตัวเอง พร้อมลงเลขรับในหนังสือสำเนาเอกสารให้ด้วย

นายชวัท กล่าวด้วยว่า เกี่ยวกับเงินปุ๋ย SML ปี 2551 ได้ทำเรื่องให้ทางอำเภอพิชัยดำเนินการ ทางอำเภอได้แต่นิ่งไม่ดำเนินการอะไรให้สักอย่าง โดยเฉพาะปลัดที่รับผิดชอบไม่ดำเนินเรื่องอะไรให้เลย จึงต้องมาร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เพื่อให้ดำเนินการติดตามเรื่องเงิน SML จำนวน 300,000 บาท สำหรับโครงการดังกล่าวต่อเนื่องมาจาก นายเสน่ห์  รอดอยู่ อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ในฐานะประธานกองทุน ซึ่งได้เสียชีวิตลงไปแล้ว ต่อมา นายอมรเทพ  คงเทศน์ ผู้ใหญ่บ้าน ได้เสียชีวิตแล้วเช่นกัน ได้ดำเนินการสานต่อจนมาถึง นายฉลอง  แย้มสรวล ผู้ใหญ่บ้าน คนปัจจุบัน ไม่ดำเนินการเรื่องปุ๋ยให้กับชาวบ้าน จะต้องมีความผิดปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 หรือละเลยการปฏิบัติหน้าที่ เพราะชาวบ้านต้องการปุ๋ยมาใช้ภายในหมู่บ้าน

“ เมื่อเดินทางมาร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์แล้ว ก็อยากให้ทางศูนย์ดำรงธรรมดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงโดยที่ไม่ต้องผ่านทางอำเภอพิชัย เพราะทางอำเภอพิชัยนิ่งดูดายไม่สนใจจัดการแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้าน ในฐานะที่เคยเป็นกรรมการอยู่ด้วย ร่วมรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น และเงินตัวนี้อยู่ที่ใคร รวมถึงชาวบ้านก็รู้แต่พูดไม่ได้ ที่แน่ๆเงินยังคงเหลืออยู่ประมาณ 280,000 บาท เท่าที่จำได้อยู่กับผู้ใหญ่

บังเอิญมีเรื่องปุ๋ยประชารัฐเข้ามา 500,000 บาท จึงมีการนำเอาปุ๋ยมาให้ชาวบ้านใช้ โดยตัว 300,000 บาท หายเงียบ จึงอยากให้ทางจังหวัดเข้าตรวจสอบหาความจริง ตนได้สืบหาค้นหาข้อมูลเงิน “จากสเตทเม้น รายการเดินบัญชี” เอกสารแสดงรายการเดินบัญชีธนาคารย้อนหลังตั้งแต่ปี 2551 จนถึง ปี 2568 มาอำเภอ 4-5 ครั้ง ปลัดที่รับเรื่องไม่ดำเนินการอะไรให้เลย มีแต่ให้ไปหาข้อมูลเอาเอง โชคดีที่ทางเจ้าหน้าที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสห กรณ์การเกษตร (ธกส.) ช่วยสืบค้นหาสเตทเม้น รวมถึงหน้าสมุดบัญชี ชื่อสมุดบัญชี ท้ายคุ้ง 53070903 หมู่ 3 ต.พญาแมน SML ปี 2551 มาให้ เป็นสมุดบัญชีเงินฝากออกทรัพย์ โดยมีเงินโอนเข้ามาครั้งแรก เมื่อวันที่ 16 กรฏาคม 2551 จำนวนเงิน 300,000 บาท และมีการเบิกเงินออกไป 312,000 บาท เมื่อวันที่ 21 เดือนกันยายน 2552  เหลือเงินในบัญชี ล่าสุดวันที่ 29 เดือนมีนาคม 2568 คงเหลือ 274.71 บาท (สองเจ็ดสิบสี่บาทเจ็ดสิบเอ็ดสตางค์) เงินดังกล่าวมีแต่ถอนออกมาไม่มีเข้าบัญชี ” นายชวัท กล่าว

Image61 1 Image62 1 Image63 Image64 Image65 Image66 Image68 Image69

นายชวัท กล่าวอีกด้วยว่า เชื่อว่า ผู้ใหญ่บ้าน ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จะต้องโดน 157 เพราะชาวบ้านต้องการปุ๋ยตัวนี้ ผู้ใหญ่บ้านใช้ปุ๋ยครั้งสุดท้ายเป็นร้อยลูก เงิน 70,000 – 80,000 ผู้ใหญ่บ้านพูดด้วยว่า ถ้าลำบากใจจะจ่ายเงินตัวนี้เอง พูดในกลุ่มกรรมการ ซึ่งกรรมการก็รับรู้กันหลายคน ขอให้ทางจังหวัดช่วยติดตามตรวจสอบเรื่องดังกล่าวให้ด้วย ในส่วนเรื่องการประเมินผลงานโดยชาวบ้าน ทุกคนรู้สึกไม่สบายใจ เพราะชาวบ้านไม่เอาอยู่แล้ว และจะมาประเมินให้ชาวบ้านเกิดความรู้สึกเสียใจกันทำไม สอบถามทางอำเภอเรื่องผลการประเมินสรุป ผู้ใหญ่บ้านแพ้ไปตั้ง 90 กว่า และไม่มีการติดป้ายประกาศผลการประเมินผู้ใหญ่บ้านให้ชาวบ้านทุกคนได้รับรู้ แล้วจะมาประเมินเพื่ออะไร ทางอำเภอเอนเอียงกับไปผู้ใหญ่บ้านมากเกินไปหน่อย ผลการประเมินโดยชาวบ้านในครั้งนี้ ผู้ใหญ่บ้านจะต้องออกมารับผิดชอบด้วยการ “ลาออก” เนื่องจากผลประเมินโดยชาวบ้านไม่ผ่านทิ้งขาดถึง 90 คน ชาวบ้านไม่เอาแล้วจะเข้ามาบริหารงานในหมู่บ้านได้อย่างไร ยังมีเรื่องปุ๋ย SML อีก รวมถึงเรื่องอื่นๆ อยากให้หน่วยงานภาครัฐโดยทางจังหวัด เร่งตรวจสอบเรื่องปุ๋ยก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  โครงการ SML (Small, Medium, Large) ปี 2551 เป็นโครงการที่รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณให้กับหมู่บ้านและชุมชนต่างๆโดยตรง เพื่อให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่ได้ร่วมกันตัดสินใจว่าจะนำเงินไปใช้ในการพัฒนาชุมชนของตนเองอย่างไร โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาท้องถิ่น และให้ชุมชนสามารถบริหารจัดการงบประมาณได้ด้วยตนเอง เป้าหมายหมายเพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและบริหารจัดการงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่ของตนเอง โดยพิจารณาจากขนาดของหมู่บ้าน (เล็ก, กลาง, ใหญ่) ซึ่งแต่ละขนาดจะได้รับงบประมาณที่แตกต่างกัน (200,000 บาท, 300,000 บาท, 400,000 บาท ตามลำดับ ซึ่งหมู่บ้านท้ายคุ้ง หมู่ 3 ตำบลพญาแมน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นขนาดกลาง ได้รับงบประมาณจากรัฐบาลสนับสนุนดป็นเงิน จำนวน 300,000 บาท (สามแสนบาทถ้วน) นำไปใช้จ่ายซื้อปุ๋ยเพื่อสนับสนุนให้กลุ่มเกษตรกรในหมู่บ้าน และมีการนำไปใช้ก่อนค่อยนำเงินมาจ่ายคืนทีหลัง ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า มีการคัดเลือกคณะกรรมการโครงการหมู่บ้านและชุมชน “คณะผู้รับผิดชอบในการเบิกจ่ายเงินและจัดทำบัญชี” จำนวนอย่างน้อย 3 คน ประกอบด้วย ประธานคณะกรรมการโครงการหมู่บ้านและชุมชน 1 คน, เหรัญญิก 1 คน, และตัวแทนจากคณะกรรมการโครงการหมู่บ้านและชุมชน 1 คน ในการเปิดบัญชีธนาคารให้คณะกรรมการโครงการหมู่บ้านและชุมชน กำหนดคณะผู้รับผิดชอบในการเบิกจ่ายเงินและจัดทำบัญชี จำนวน 3 คน ไปติดต่อกับธนาคารของรัฐ (ธกส.) ดำเนินการเปิดบัญชีและให้ตัวอย่างลายมือชื่อของคณะผู้รับผิดชอบในการเบิกจ่ายเงินและจัดทำบัญชีและกำหนดเงื่อนไขในการถอน “ให้ 3 คนลงลายมือชื่อร่วมกันจึงมีอำนาจเบิกถอนเงินได้”

พร้อมทั้งนำรายงานการประชุมที่มีการรับรอง โดยผู้สังเกตการณ์ประชุมและเอกสารการขอเปิดบัญชีธนาคาร โดยมี นายเสน่ห์  รอดอยู่ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 พร้อมพวก ลงลายมือชื่อเซ็นเบิกจ่ายเงินจำนวน 300,000 บาท ออกจากสมุดบัญชีธนาคาร ธกส. เพื่อดำเนินการจัดซื้อปุ๋ยตามโครงการฯที่ได้ประชุม เมื่อได้รับเงินคืนแล้วก็จะนำไปบริหารงานจัดการให้กับรายอื่นต่อไป และในปี พ.ศ.255ๅ-2552 ได้มีการนำเงินหมุนเวียน ฝากกลับคืนเข้าสู่สมุดบัญชีธนาคาร ธกส. จนกระทั่ง วันที่ 21 กันยายน 2552 มีการเบิกถอนเงินออกไปเป็นครั้งสุดท้าย ด้วยจำนวนเงิน 312,000 บาท (สามแสนหนึ่งหมื่นสองพันบาทถ้วน) โดยมิได้นำเงินเข้าหมุนเวียน ฝากในสมุดบัญชีธนาคารอีกเลย คงมีแต่ดอกเบี้ย จำนวนเงินกว่า 200 บาท จนถึงปัจจุบัน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ทั้งนี้ สืบเนื่องจาก นายเสน่ห์ รอดอยู่ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ในขณะนั้นหมดวาระการดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านลงไป และได้มรณะภาพในเวลาต่อมา ส่วนผู้ที่เข้ามารับผิดชอบต่อคือ นายอมรเทพ  คงเทศน์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 ในปี พ.ศ.2553 จนมาถึง นายฉลอม  แย้มสรวล ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 ในปี พ.ศ.2556  เข้ามารับผิดชอบเบิกจ่ายปุ๋ยและเก็บเงิน ผ่านหัวหน้าคุ้มในแต่ละคุ้ม 5-6 คุ้ม ในเวลาต่อมา นายฉลอม ได้ลาออกจากประธานคณะกรรมการโครงการหมู่บ้านและชุมชน SML เนื่องจากมีความขัดแย้งกันภายใน และเกิดการทวงเงินปุ๋ย SML จากการบริหารงานโครงการดังกล่าว จนมีการร้องเรียนถึงอำเภอพิชัย แต่ปลัดบางคนไม่รับเรื่องร้อง เรียนจากชาวบ้าน เป็นเหตุชาวบ้านรวมตัวกันไปร้องถึงศูนย์ธรรมธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ กระทรวงมหาดไทย และมีแนวโน้มว่าจะร้องไปถึงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) เนื่องจากว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินที่รัฐบาลให้การสนับสนุนมา พบว่ามีการบริหารงานไม่โปร่งใส เงินที่รัฐบาลให้มานั้น สูญหายไปจากสมุดบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธกส.) หน่วยงานของรัฐโดยเฉพาะอำเภอพิชัย ไม่สามารถติดตามทวงเงินจากโครงการ SML ปี 2551 กลับคืนเข้าสู่สมุดบัญชีได้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ชาวบ้านหมู่ที่ 3 บ้านท้ายคุ้ง ตำบลพญาแมน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ เรียกร้องให้ทางจังหวัดอุตรดิตถ์ มีการแต่งตั้งคณะทำงานชุดสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง ตามที่ได้มีการยื่นเรื่องร้องกับทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ไว้แล้ว โดยไม่ขอให้ทางอำเภอพิชัยเข้ามามีส่วนร่วมในการสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ เนื่องจากทางอำเภอไม่มีความจริงใจที่จะแก้ปัญหาเรื่องเงินในโครงการ (ปุ๋ย) SML อย่างจริงจัง เพราะการบริหารเงินจากโครงการดังกล่าว ที่นำไปใช้จ่ายซื้อปุ๋ยและได้เงินคืนมาแล้ว กลับไม่มีการนำเงินฝากเข้าสมุดบัญชีธนาคาร ธกส. แต่มีการนำเงินไปเก็บไว้เป็นการส่วนตัวหรือนำเงินไปหมุนใช้จ่ายส่วนตัว ทำให้เกิดความไม่โปร่งใสในการบริหารการเงินเกิดขึ้น และเชื่อว่าอำเภอจะหาหนทางช่วยคนผิดไม่ให้ได้โทษทางวินัยและอาญา

ทั้งนี้ชาวบ้าน ต้องการให้มีการเรียกบุคคลสอบปากคำ ล้วนเป็นพยานบุคคลประกอบด้วย หัวหน้าคุ้มแต่ละชุมชนในพื้นที่หมู่ 3 ที่ได้มีการนำปุ๋ยไปและนำเงินมาคืนมอบให้ ได้นำมาให้กับใครเมื่อไหร่อย่างไร รวมถึงให้เรียกพยานบุคคลมีรายชื่อต่อไปนี้มาสอบปากคำด้วย 1.นายชวัท  ขำประดิษ 2.นางรุ่งรัตน์  เมืองเสือ 3.นายสมิง  คำสวน 4.นายเสนาะ  อิ่มชื่น 5.นางประเสริฐ  คำอินทร์ 6.นางขณัญญา อินเรือน ซึ่งเป็นผู้มีตำแหน่งในโครงการ (ปุ๋ย) SML ทำให้ได้รับทราบว่า โครงการ (ปุ๋ย) SML มีการทุจริตกันจริงหรือไม่ ใครเป็นผู้ถือเงินและครอบครองเงิน SML และใช้เวลาในการสอบปากคำจริงไม่เกิน 21 วัน ก็จะทราบผล เว้นแต่เจ้าหน้าที่ชุดสอบสวนข้อเท็จจริง ต้องการยื้อเวลาออกไปเป็น 6 เดือนหรือ 1 ปี เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ใหญ่บ้าน

ด้าน นางสาวมาริสา  ยวงผ้า ชาวบ้านหมู่ที่ 3 บ้านท้ายคุ้ง กล่าวว่า ผลการประเมินผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 โดยชาวบ้านที่เข้าร่วมประเมินสรุปได้ว่า ผู้ใหญ่บ้านไม่ผ่านการประเมินจากชาวบ้าน และเลยกำหนดที่ทางอำเภอจะต้องปิดประกาศแจ้งให้ชาวบ้านได้รับทราบผลการประเมิน ที่ชาวบ้านร่วมกันประเมินไม่ผ่าน โดยชาวบ้านรับทราบจากผู้อื่นว่า ผลการประเมินผู้ใหญ่บ้านไม่ผ่านการประเมิน ชาวบ้านส่วนใหญ่รู้สึกไม่พอใจและไม่ต้องการผู้ใหญ่บ้านคนนี้แล้ว เนื่องจากขาดคุณสมบัติหลายอย่าง เมื่อผลการประเมินไม่ผ่านทำไมทางอำเภอไม่แจ้งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ และเตรียมการจัดให้มีการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านคนใหม่แทน แต่กลับให้มีการปรับปรุงตัวใหม่เป็นเวลา 3 เดือน ตามหลักเกณฑ์การประเมินโดยชาวบ้านไม่ผ่านก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ และต้องแจ้งให้ชาวบ้านในหมู่บ้านได้รับทราบว่า ผลการประเมินโดยชาวบ้านไม่ผ่าน

นางสาวมาริสา  กล่าวด้วยว่า ผลการประเมินผู้ใหญ่บ้านโดยชาวบ้านไม่ผ่าน เหมือนทางอำเภอให้การช่วยเหลือด้วยการยื้อตำแหน่งเอาไว้ ไม่ทราบว่าเพราะอะไร ชาวบ้านทำอะไรไม่ได้ ได้แต่รวมตัวกันทำหนังสือร้องยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งชาวบ้านได้ทำหนังสือร้องถึงอำเภอพิชัยแล้ว แต่ทางอำเภอไม่รับหนังสือของชาวบ้าน และยังให้กลับมาแก้ไขหนังสือหลายรอบแล้ว ขอรายชื่อจำนวนเท่านี้ รวมถึงขอเอกสารด้วย แต่พอจัดทำให้แล้ว ทางปลัดอำเภอที่รับผิดชอบก็ให้กลับมาแก้ไขเอกสาร 3-4 รอบ มันเหมือนเป็นการยื้อเวลาให้ผู้ใหญ่บ้าน เหมือนเป็นการให้การช่วยเหลือกัน

หลังทราบข่าวการประเมินไม่ผ่าน ชาวบ้านก็อยากให้เป็นไปตามขั้นตอนก่อนที่จะมาร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นการให้โอกาสทางอำเภอพิชัยว่า ทางอำเภอบริสุทธิใจโดยที่ไม่มีการช่วยเหลือทางผู้ใหญ่บ้าน แต่เมื่อชาวบ้านทำตามขั้นตอนแล้ว แต่ทางอำเภอเกิดการตุกติก เยื้อเวลาให้การช่วยเหลือผู้ใหญ่บ้านปรับปรุงตัวซึ่งมันไม่ได้ เป็นผู้ใหญ่บ้านมากกว่า 10 ปีแล้ว ให้โอกาสมามากแล้วกว่า 10 ปี ผู้ใหญ่บ้านไม่มีการปรับปรุงตัวแก้ไข แต่ทางอำเภอจะให้เวลาอีก 3 เดือนในการปรับปรุงตัว แล้วชาวบ้านที่ลงรายชื่อก็ต้องมีความเสี่ยงและเป็นผลกระทบกับชาวบ้านด้วย ต่อการประเมินผู้ใหญ่บ้านในรอบ 4-5 ปี ชาวบ้านมีความทุกข์ร้อน ทุกข์ใจ ผู้ใหญ่ปฏิบัติหน้าที่ไม่ดี มีความประพฤติไม่ชอบหลายอย่าง ขัดกับหลักความเป็นผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้านตั้งใจกันรวมตัวกันมาประเมิน พอผลประเมินไม่ผ่าน แล้วจะให้ชาวบ้านมาประเมินเพื่ออะไร ปลัดอำเภอเป็นคนพูดเองชาวบ้านถามทำไมไม่แจ้งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่บอกว่าการประเมินเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถทำให้หลุดจากการเป็นผู้ใหญ่บ้านได้ แล้วอย่างนี้จะให้ชาวบ้านมาประเมินทำไม ชาวบ้านก็ทุกข์ใจ ที่ทำอะไรกับผู้ใหญ่บ้านคนนี้ไม่ได้ เพราะทางอำเภอให้การช่ยเหลือผู้ใหญ่บ้านคนนี้ โดยการอุ้มเอาไว้ นางสาวมาริสา กล่าว

Image55 1Image56 1 Image57 1 Image7 1 Image9 1 Image10 2 Image11 1 Image12 2 Image13 1 Image15 1 Image16 2

นายนิตย์นิชัย บุญสุวรรณ นายอำเภอพิชัย  กล่าวถึงการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 นายฉลอม  แย้มสรวล ตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่พุทธศักราช 2457 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราช บัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2551 มีบทบัญญัติกำหนดให้ผู้ใหญ่บ้านต้องพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุไม่ผ่านการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ นับตั้งแต่วันทื่ได้รับการแต่งตั้ง ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งต้องกำหนดให้ราษฎรในหมู่บ้านมีส่วนร่วมในการประเมินผลการปฎิบัติหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านด้วยนั้น หลักการประเมินผู้ใหญ่บ้านมีหลายด้านในการประเมิน ด้านการปฏิบัติหน้าที่ ด้านความพึงพอใจ ด้านการนำภาระกิจขับเคลื่อน รวมถึงพึงพอใจที่ให้พี่น้องประชาชนแสดงความคิดเห็น ไม่น้อยกว่า 20 คน ซึ่งจะเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่จะนำเอาทั้งหมดมาเป็นองค์ประกอบในการประเมินว่า คะแนนต่างๆที่ออกมาในรูปแบบใด ผลการประเมินออกมาอย่างไรก็ต้องติดประกาศให้พี่น้องประชาชนในหมู่บ้านได้รับทราบ

นายนิตย์นิชัย กล่าวว่า ในส่วนของข้อร้องเรียนต่างๆนั้น ได้มีการแยกออกมาอีกประเด็นหนึ่ง ซึ่งได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการประกอบด้วยปลัดอำเภอประจำตำบลสอบข้อเท็จจริง จำนวน 3 คน อยู่ในระหว่างการรวบรวมประเด็นและแสวงหาข้อเท็จจริงพยานหลักฐานต่างๆ หากพบการกระทำผิดจริง ก็ต้องว่ากันไปตามผิด ไม่มีการให้การช่วยเหลือ หากพบว่าผิดจริงโดยมีหลักฐานชัดเจนก็ต้องเพิกถอนออกจากตำแหน่งนับตั้งแต่ที่เราพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ซึ่งตอนนนี้อยู่ระหว่างที่คณะกรรมการกำลังรวบรวมพยานหลักฐานอยู่ หนังสือข้อร้องเรียนยังไม่มีเอกสารหลักฐานใดที่ชี้มูลความผิด ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ร้องและผู้ถูกร้องด้วย

นายนิตย์นิชัย กล่าวด้วยว่า ทางคณะกรรมการก็ต้องไปสะแสวงหาพยานหลักฐานต่างๆมาประกอบ เพื่อพิจารณาหรือดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ขอให้ทุกคนได้สบายใจในส่วนการทำงานของอำเภอ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก โดยเฉพาะผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนในหมู่บ้านและผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลัก

“ ในส่วนของการปฏบัติหน้าที่กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ได้ออกหนังสือกำชับถึงการปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่องว่า จะต้องทำหน้าที่โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดที่พี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก การบริการพี่น้องประชาชนในพื้นที่ถือเป็นหน้าที่หลักที่ทุกคนต้องปฏิบัติ อีกหนึ่งเรื่องคือการที่เราเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องมีความโปร่งใส มีความซื่อสัตย์และตรวจสอบได้

ในส่วนของผลการประเมินที่ชาวบ้านร่วมทำการประเมินนั้น ตนยังไม่ได้มีหนังสือแจ้งให้ชาวบ้านได้รับทราบ เนื่องจากปลัดอำเภอซึ่งทำหน้าที่การประเมิน คิดว่าต้องรอผลสอบข้อเท็จจริง ซึ่งตนได้สั่งการลงไปแล้วว่า ให้มีการสรุปเรื่องมาและให้ตนลงนามเซ็นประกาศออกไปให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบก่อน ในส่วนของการประเมินก็ต้องให้ดูในทุกด้านตามที่กฏหมายกำหนดการประเมิน ซึ่งตนก็จะได้เซ็นลงนามประกาศให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ ส่วนการสอบข้อเท็จจริงก็ว่ากันอีกประเด็นหนึ่ง” นายอำเภอพิชัย กล่าว

นายอำเภอพิชัย กล่าวว่า การสอบสวนข้อเท็จจริง ประเด็นแรก เรื่องเงิน SML ชาวบ้านขอให้ตรวจสอบ ประเด็นที่สอง เรื่องการปฏิบัติหน้าที่ พบว่ามีการร้องมาเป็นลายลักษณ์อักษร ข้อร้องเรียนที่มีเข้ามาหรือให้ตรวจสอบทางอำเภอก็จะเสาะแสวงหาข้อมูลจนถึงที่สุดว่า มีพยานหลักฐานอะไรบ้าง เรื่องสมุดบัญชีธนาคารก็สามารถขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ เกี่ยวกับเงินเข้า-ออก รวมถึงการส่งมอบเงินช่วงรอยต่อกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน คนเก่าหมดวาระ คนใหม่เข้ามาทำงานแทนก็ต้องมีการส่งมอบงานกัน ตรงส่วนนี้สามารถตรวจสอบได้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายก็จะทำให้อย่างดีที่สุดและรัดกุมที่สุด

นายอำเภอพิชัย  กล่าวด้วยว่า ไม่มีความหนักใจอะไรทั้งสิ้น เพราะทำกันอย่างตรงไปตรงมาโดยคำนึงถึงประโยชน์ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เพราะผมเอง ปลัดอำเภอ กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ล้วนแต่ต้องทำเพื่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ถ้าเป็นประเด็นที่พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน หรือว่าได้รับความไม่สบายใจเราก็ต้องสอบให้พี่น้องประชาชนได้รับคำตอบและได้ความกระจ่างในข้อมูลข้อเท็จจริงมากที่สุด

“ ไม่รู้สึกหนักใจอะไร ได้กำชับผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ ผู้ช่วย สารวัตรกำนัน ทุกคนของอำเภอพิชัย จำนวน 412 คน ทั้งหมดอาจมีบางครั้ง ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ และอาจจะทำให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่เกิดความไม่พอใจหรือการบริการที่เกิดความล่าช้า ในส่วนนี้ได้มีการกำชับเจ้าหน้าที่ของเราว่า จะต้องยึกพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก โดยเอาความสบายใจของตนเองไว้ที่หลัง แต่พี่น้องประชาชนต้องได้รับความสะดวกสบาย ตรงส่วนนี้ขอให้พี่น้องประชาชนเกิดความสบายใจได้ เพราะตนทำงานพร้อมทีมงานต้องยึดประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน โดยขอให้พี่น้องประชาชนสบายใจได้ว่า ตนทำงานยึดหลักของพี่น้องประชาชน ไม่ใช่เฉพาะหมู่ 3 พญาแมน แต่คิดถึงประโยชน์ของพี่น้องประชาชนชาวอำเภอพิชัยทั้งอำเภอ ต้องได้รับการบริการที่ดี เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องเป็นตัวเชื่อมระหว่าง “รัฐและประชาชน”  ต้องคอยดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน ในทุกประเด็นที่เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ขอให้สบายใจได้เพราะจะพยายามขันน๊อตทุกตัวให้เกิดประโยชน์กับพื้นที่และประชาชน.”  นายนิตย์นิชัย นายอำเภอพิชัย  กล่าว

Image27 2 Image29 Image30 1 Image31 1 Image33Image35 Image34 1 Image40 1 Image42 1

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Related News

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า