Image1234567
Getting your Trinity Audio player ready...

ปัญหาที่ดินท่าปลา 57 ปี ที่คอยมา รอ ครม.อนุมัติ  ผลงานชิ้นโบว์แดง สคทช.ร่วมกับนิคมฯลำน้ำน่าน ป่าไม้ สปก. บูรณาการ 10 หน่วยงาน เข้าแก้ปัญหาที่ดินทับซ้อนรื้อรังมานานให้ชาวบ้านทำกินอยู่อาศัยดำเนินการเสร็จแล้ว คงเหลือ เอกสาร นค.1 นค.2 และ นค.3 ออกเป็นโฉนด รอตรวจสอบชัดเจนเรื่องทายาท หวั่นโดนฟ้องร้องภายหลัง

https://thongthinonline.com/

Image1 Image1 1 1024x576 1 Image2 Image2 1024x576 1 Image3 Image4 Image4 1 1024x576 1 Image5 1 1024x576 1 Image6 1

นางสาวสุวรีย์   ไชยวงศ์ ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองลำน้ำน่าน จังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า จากกรณีชาวบ้านในพื้นที่อำเภอท่าปลา ได้อพยพโยกย้ายถิ่นฐานและเสียสละที่ดินทำกินเพื่อการสร้างเขื่อนสิริกิติ์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511 โดยนิคมสร้างตนเองลำน้ำน่านมาเป็นเวลา 57 ปี นั้นว่า นับตั้งแต่ที่นิคมสร้างตนเองลำน้ำน่าน ได้เข้ามามีบทบาทในพื้นที่ที่รับมอบอำนาจจากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นของคงมนุษย์ ในการจัดสรรที่ดิน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511 ดังที่ทราบปัญหากันแล้วว่า มีเรื่องของการทับซ้อนที่ดินของหน่วยงานราชการหลายหน่วย ปัญหาได้คลี่คลายลงไปแล้วตั้งแต่มีสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) เข้ามาเป็นตัวกลางในการเชื่อมประสานระหว่างหน่วยงานราชการต่างๆที่ถือเอกสารการถือครองที่ดินของชาวบ้าน ซึ่งเป็นที่ทับซ้อนของหน่วยงานได้รับการจัดสรรและเคลียร์ลงไปแล้ว

กระบวนการขั้นตอนทางนิคมสร้างตนเองลำน้ำน่าน จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้ดำเนินการต่อเนื่องมา เจ้าหน้าที่ของเราได้ลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานอื่นสำรวจพื้นที่ที่ดิน ด้วยการจัดสรรแบ่งแปลงเคาะเคลียร์ปัญหาที่ดินทับซ้อนหมดเรียบร้อยแล้ว และขั้นตอนอยู่ในการส่งเรื่องให้กับ สคทช.แล้ว และทาง สคทช.ได้นำเรื่องเสนอเข้าสู่คณะรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงแค่คณะรัฐมนตรีอนุมัติเห็นชอบตามประกาศตามที่เสนอ

ส่วนราชการในพื้นที่ของจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้ดำเนินการตามหน้าที่และแผนงานที่ตั้งเอาไว้แล้ว รอแค่คณะรัฐมนตรีเคาะเห็นด้วย พื้นที่ทับซ้อนส่วนหนึ่งมีของเขื่อนสิริกิติ์ด้วย เรื่องที่ดินทับซ้อนกันของหน่วยงานราชการกับนิคมสร้างตนเองลำน้ำน่านตกลงและเคลียร์กันได้เพราะมี สคทช.เป็นตัวกลางในการดำเนินการ ข้อเท็จจริงหลักการในการยึดข้อตกลงเอาไว้ว่า หน่วยงานไหนมาก่อน ให้ถือเป็นสิทธิ์ของหน่วยงานนั้น

ทั้งนี้ จากการทำงานเราพบว่า ในการทับซ้อนของพื้นที่ที่หน่วยงานที่จัดสรร พื้นที่ที่นิคมสร้างตนเองลำน้ำน่ามาก่อน และมีพื้นที่ที่จัดสรรมีส่วนของสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ( สปก.) มาทับซ้อนเหมือนกัน ซึ่งหน่วยงาน สปก.มาทีหลัง ที่ดินแปลงที่ทับซ้อนต้องถือว่าเป็นของนิคมสร้างตนเองลำน้ำน่าน แต่เมื่อชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่นั้น ทาง สปก.ได้ออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินไปแล้ว ชาวบ้านได้มีเอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกินของ สปก.ไปแล้ว เพื่อยึดถือประโยชน์ของชาวบ้านเป็นสำคัญ ทางนิคมสร้างตนเองลำน้ำน่าน ก็ต้องยอมถอยให้โดยยอมเฉือนที่ดินตรงส่วนนั้นให้เป็นพื้นที่ดินของ สปก.ไปเลย เพื่อให้ชาวบ้านได้ประโยชน์

Image8 1 1024x576 1 Image9 1024x576 1 Image14 Image15 1 Image15 1024x576 1 Image16 1 Image16 1 1024x576 1 Image17 1 Image18 1 Image18 1024x576 1

ดังนั้น อย่างที่บอกว่าปัญหาอุปสรรคค่อนข้างเคลียร์หมด ต้องขอบคุณรัฐบาลเห็นความสำคัญและตระหนักถึงปัญหา เพราะเรื่องที่ดินเป็นพื้นฐานที่จะต่อยอดเป็นเรื่องของปากท้องประชาชน ที่ดินรวมถึงที่อยู่อาศัยทำกิน ซึ่งประเทศไทย เป็นประเทศที่ทำการเกษตรเป็นหลักอยู่แล้วโดยเฉพาะจังหวัดอุตรดิตถ์ ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด การที่ชาวบ้านได้รับเอกสารสิทธิ์หรือมีปัญหาอุปสรรคในเรื่องของที่ดิน ย่อมส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของชาวบ้าน ทางนิคมสร้างตนเองลำย้ำน่าน ดูแลคุณภาพชีวิตและสวัสดิการพื้นฐานสังคมให้กับชาวบ้าน  ต้องขอ ขอบพระคุณที่หน่วยงานของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เข้ามาเป็นตัวกลาง ทำให้หน่วยงานรัฐทั้งหมดหันหน้าเข้ามาหารือกัน เพื่อดำเนินการประโยชน์สูงสุดของประชาชน

สคทช.ได้นำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปแล้ว ต้องรอ ครม.ประชุมและมีมติเห็นชอบออกมาก็เรียบร้อย หน่วยงานทั้งหมดที่ร่วมแรงร่วมกันใจมาตั้งแต่ต้นก็รอฟังเหมือนกัน มันคือตัวอย่างผลสำเร็จ ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานเพื่อประชาชนแบบบูรณาการร่วมกันอย่างจริงจัง เข้าใจความกังวลของพี่น้องประชาชนชาวอำเภอท่าปลา ที่หลายรายเฝ้ารอมาหลายสิบปี อยากให้เรื่องปัญหาที่ดินทับซ้อนกันระหว่างหน่วยงานราชการหลายหน่วยงานกับที่ดินนิคมสร้างตนเองลำน้ำน่าน อยากให้เรื่องนี้สิ้นสุดและจบลงโดยเร็ว อยากนำเรียนให้ทุกคนได้เข้าใจและทางนิคมฯเองก็ได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ ซึ่งได้ทำทุกสิ่งทุกอย่างละ รอ ครม.อย่างเดียว อยากเป็นกำลังใจให้กับชาวบ้านและเฝ้ารอลุ้นไปพร้อมกัน ซึ่งทางนิคมฯคาดหวังว่า จะมีประกาศมติ ครม.ออกมาเร็วๆนี้ จะได้เดินหน้าดำเนินการต่อไปได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหน่วยงานที่ลงพื้นที่ตรวจสอบที่ดินทับซ้อนกันในพื้นที่อำเภอท่าปลาและพื้นที่ใกล้เคียง ประกอบด้วย 1.เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) 2.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) 3.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11(พิษณุโลก) 4.สำนักงานทรัพยากรธรรม ชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุตรดิตถ์ 5.สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดอุตรดิตถ์ 6.ที่ดินจังหวัดอุตรดิตถ์ 7.นิคมสร้างตนเองลำน้ำน่าน 8.อุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน 9.วนทุยานห้วยน้ำลี และ 10.ปกครองอำเภอท่าปลา พร้อมด้วย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่อำเภอท่าปลา 11.กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำบลวังดิน อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ ร่วมลงพื้นที่แก้ไขปัญหาแนวเขตที่ดินของรัฐในนิคมสร้างตนเองลำน้ำน่าน จังหวัดอุตรดิตถ์ ดำเนินการโดยการจัดทำ One Map (แผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1:4000) เพื่อแก้ไขปัญหาราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนสิริกิติ์. โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ราษฎรมีสิทธิในที่ดินทำกินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และสามารถนำเอกสารสิทธิไปใช้ในการออกโฉนดที่ดินได้กฎหมาย เป็นการสร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่ มีสิทธิในที่ดินทำกินอย่างชัดเจน สามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากมีเอกสารสิทธิในที่ดินแล้ว ยังช่วยสร้างความมั่นคงในชีวิตและส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับพื้นที่ที่ได้รับการแก้ไขประกอบด้วย บริเวณที1 พื้นที่ตำบลผาเลือด อำเภอท่าปลา นิคมฯ ทับซ้อนกับอุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน เนื้อที่ 100 ไร่ ราษฎรทำประโยชน์ 7 ราย 10 แปลง,  บริเวณที่2 ตำบลน้ำหมัน อำเภอท่าปลา นิคมฯ ทับซ้อนกับวนอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำลี เนื้อที่ 336 ไร่ เป็นป่าอุดมสมบูรณ์ ไม่มีราษฎรทำประโยชน์,  บริเวณที่3 ตำบลวังดิน อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ นิคมฯ ทับซ้อนกับเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม แบ่งเป็น 4 บริเวณย่อย  3.1 นิคมฯ ที่เป็นพื้นที่ส่วนกลางร้อยละ 20 ทับซ้อนเขตปฏิรูปที่ดินฯ เนื้อที่ประมาณ 201 ไร่ 32 แปลง ให้ปรับเป็นเขตปฏิรูปที่ดินฯ, 3.2 นิคมฯ ทับซ้อนเขตปฏิรูปที่ดิน ที่ออกเอกสาร ส.ป.ก.4-01 แล้ว เนื้อที่ 93 ไร่ 10 แปลง ให้ปรับเป็นเขตปฏิรูปที่ดิน, 3.3 นิคมฯ ทับซ้อนเขตปฏิรูปที่ดิน เนื้อที่ 65 ไร่ 12 แปลง  ให้ปรับเป็นเขตปฏิรูปที่ดิน ยกเว้นแปลงที่อยู่ในเขตนิคมฯ เต็มแปลง 1 แปลง ให้คงเป็นพื้นที่นิคมฯ ) 3.4 พื้นที่ระหว่างพื้นที่นิคมสร้างตนเองและเขตปฏิรูปที่ดินฯ มีการประกาศแนวเขตไม่ติดกันเป็นพื้นที่ช่องว่าง ให้ปรับช่องว่างเป็นเขตปฏิรูปที่ดินฯ ยกเว้นแปลงที่ดินที่นิคมฯ ออก น.ค.3 ให้ปรับเป็นนิคม,

บริเวณที่4 เป็นเขตของนิคมลำน้ำน่าน(เดิม)  นิคมฯ ที่เป็นป่าส่วนกลาง 20% และเป็นพื้นที่ปลูกป่า FOREST PLANTATION TARGET (FPT) ให้เป็นพื้นที่นิคมฯ ตามเดิม ไม่มีการปรับปรุงเส้นแนวเขต, บริเวณที5 ตำบล จริม อำเภอท่าปลา นิคมฯ จัดที่ดินให้ราษฎที่ได้รับผลกระพบจากการสร้างเชื่อนสิริกิติ์ อยู่นอกและคาบเกี่ยวพื้นที่เพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2560 (ตกสำรวจ) 39 แปลง ให้ปรับพื้นที่โดยเพิกถอนเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าลำน้ำน่านฝั่งขวา เป็นพื้นที่นิคมฯ ให้ครอบคลุมที่ดินของราษฎรที่ตำสำรวจ 39 แปลง.

Image19 1 Image19 1 1024x576 1 Image20 1 Image20 1 1024x576 1 Image21 1 Image22 Image25 1 Image26 1 Image28Image35 1

ที่ดินท่าปลา 57 ปี ที่คอยมา รอครม.อนุมัติ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับเอกสารสิธิ์ที่ดินทำกินซึ่งอยู่ในการดูแลของนิคมสร้างตนเองลำน้ำน่าน จังหวัดอุตรดิตถ์ และได้มีการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกินเป็น นค.1 นค.2 และ นค.3 ไปแล้ว พร้อมที่จะออกเป็นโฉนดนั้น ทั้งในส่วนของเอกสารสิทธิ์ที่ดินของชาวบ้าน ที่ได้รับเอกสารเป็น นค.1 และ นค.2 มานานกว่า 50 ปี พร้อมที่จะออกเป็นโฉนดได้พร้อมกับ นค.3 นั้น ขึ้นอยู่กับทางคณะกรรมการที่ดูแลเกี่ยวกับที่ดินของหน่วยงานนิคมสร้างตนเองคือ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ดูแลทั้งหมด 44 แห่ง ใน 35 จังหวัด จะเป็นผู้พิจารณาร่วมกับทางกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ว่า จะยกผลประโยชน์ให้กับชาวบ้านในพื้นที่อำเภอท่าปลาและพื้นที่ใกล้เคียง ต่อกรณีปัญหาทับซ้อนที่ดินของหน่วยงานราชการในพื้นที่ จนทำให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบและเสียประโยชน์ต่อที่ดินของตัวเองอย่างไร โดยเฉพาะความล่าช้าที่มีมากว่า 50 ปี ยกเป็นผลประโยชน์ให้กับชาวบ้านทั้งหมดที่ยอมเสียสละที่ดินทำกินอันอุดมสมบูรณ์ ยอมออกเป็นเอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกิน นค.3 และออกเป็นโฉนดพร้อมกับผู้ที่ได้เอกสารสิทธิ์ที่ดินเป็น นค.3 ไปพร้อมๆกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกด้วยว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการตรวจสอบทายาทผู้ที่ได้รับมรดกตกทอดต่อกันมา ทางหน่วยงานนิคมสร้างตนเองลำน้ำน่าน จังหวัดอุตรดิตถ์ ก็จะต้องดำเนินการตรวจเช็คอย่างละเอียดถี่ถ้วน มิให้มีข้อกังขาฟ้องร้องกันภายหลัง และต้องประสานงานตรวจสอบร่วมกับส่วนกลาง และหน่วยงานสำนักงานคณะ กรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) เพื่อมิให้ผิดพลาดในเรื่องของทายาทที่จะเข้ามารับช่วงต่อในเรื่องเอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกิน และเพื่อความเป็นธรรมกับทายาทผู้ที่สมควรได้รับจริง ตั้งแต่ นค.1 นค.2 และ นค.3 เหตุเพราะเวลาเนินนามมากว่า 50 ปีแล้ว

ทั้งนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติและสำนักงานนิคมลำน้ำน่าน จังหวัดอุตรดิตถ์ คาดหวังว่า การแก้ปัญหาเรื่องที่ดินทับซ้อนกันระหว่างหน่วยงานของรัฐกับนิคมสร้างตนเองลำน้ำน่าน จังหวัดอุตรดิตถ์ คาดหวังเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาที่ดินดังกล่าวว่า จะเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงถึงความสำเร็จ และเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่ดินทับซ้อนกันของหน่วยงานนิคมสร้างตนเองกับหน่วยงานราชการในพื้นที่จังหวัดอื่นได้เช่นเดียวกัน

ที่ดินท่าปลา 57 ปี ที่คอยมา รอครม.อนุมัติ

ที่ดินท่าปลา 57 ปี ที่คอยมา รอครม.อนุมัติ

ที่ดินท่าปลา 57 ปี ที่คอยมา รอครม.อนุมัติ

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า