|
Getting your Trinity Audio player ready...
|
ชาวท่าปลาเกือบ 3,000 คน แห่ฟัง “วารุจ” สส.4 สมัย ปราศรัย แจ้งข่าวดี “มติครม.” เพิกถอนสิทธิที่ดินท่าปลา หลังรอมานานเกือบ 60 ปี รอกฤฎีกา ประกาศในราชกิจจานุเบกษา จากการติดตามงาน อดีต นายกเศรษฐา นายกอุ้งอิ้งและรองนายกฯประเสริฐ จนมีผลปัจจุบันนี้ มั่นใจ “พรรคเพื่อไทย” ได้เป็นรัฐบาล!




เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 ที่บริเวณอาคารโดม เทศบาลตำบลร่วมจิต อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ นายวารุจ ศิริวัฒน์ อดีต สส.4 สมัย เขต 2 พรรคเพื่อไทย ผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย หมายเลข 5 เขต อำเภอปลา น้ำปาด ฟากท่า บ้านโคก ทองแสนขัน และพื้นที่ตำบลนาอิน-นายาง อ.พิชัย ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงให้กับพี่น้องประชาชนชาวในเขตเทศบาลตำบลร่วมจิต เทศบาลตำบลร่วมใจ เทศบาลตำบลท่าปลาและพื้นที่อบต.ท่าปลา จำนวนเกือบ 3,000 คน ได้รับฟังข่าวดีจากกรณีที่ชาวบ้านในพื้นที่อำเภอท่าปลายอมเสียสละที่ดินทำกินและที่ดินอยู่อาศัยที่อุดมสมบูรณ์ เพื่อการก่อสร้างเขื่อนสิริกิติ์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511 เป็นเวลา 57 ปี ให้กับคนทั้งประเทศได้มีไฟฟ้าใช้ ด้วยการอพยพย้ายจากถิ่นฐานเดิมเข้าไปอยู่ในพื้นที่แห่งใหม่ตามที่รัฐบาลและหน่วยงานของรัฐ นิคมสร้างตนเองลำน้ำน่าน โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ กรมประชาสงเคราะห์ จัดสรรให้ อาทิ ตำบลจริม ตำบลน้ำหมัน ตำบลท่าปลา ตำบลร่วมจิต ตำบลผาเลือดและพื้นที่ในเขตอำเภอเมืองอุตรดิตถ์บางส่วน ในสมัยพื้นที่ดินขาดการพัฒนาและไม่มีความเจริญ ขาดแหล่งน้ำ ขาดไฟฟ้า สภาพดินเป็นหินลูกรัง ไม่อุดมสมบูรณ์ ทำการเกษตรไม่ค่อยได้หรือทำได้ไม่เต็มที่ เมื่อเข้ามาอยู่ในพื้นที่ได้ไม่นาน ได้ถูกหน่วยงานของรัฐประกาศพื้นที่ทับซ้อนครอบครองที่ดินอยู่อาศัยและที่ดินทำกิน
ทั้งที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนสิริกิติ์ และยังมีแนวเขตทับซ้อนกับเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และเขตอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ทำให้ไม่มีเอกสารสิทธิที่ดินเป็นของตนเอง นค.1 นค.2 นค.3 และการขอออกโฉนดที่ดินเพื่อเป็นทรัพย์สินส่วนตัว เพื่อแปลงทรัพยสินเป็นทุนเลี้ยงดูครอบครัว ส่งผลกระทบทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนและความลำบากในเรื่องของสิทธิที่ดินทำกิน



นายวารุจ กล่าวปราศรัยว่า ช่วงดำรงตำแหน่ง สส.3 สมัย 12 ปี ได้เข้าร่วมแก้ปัญหากับเจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้องในระดับกระทรวง จังหวัดและอำเภอ นึกว่าเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในปี พ.ศ.2566 เข้ามาเป็นสส.สมัยที่ 4 เรื่องการแก้ไขปัญหาที่ดินให้กับชาวบ้านอพยพหนีน้ำเพื่อการสร้างเขื่อนสิริกิติ์ ที่ดินที่ชาวบ้านได้รับการจัดสรรจากหน่วยงานนิคมสร้างตนเองลำน้ำน่าน ทับซ้อนกับที่ดินป่าไม้ ที่ดินอุทยานแห่งชาติและสำนักงานปฏิรูปที่ดิน(สปก.) ยังไม่แล้วเสร็จจำเป็นต้องตามต่อ ด้วยผลพวงจากนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ลงมาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนชาวอำเภอท่าปลาโดยเฉพาะปัญหาเรื่องที่ดินทำกินและอยู่อาศัยของชาวอำเภอท่าปลา เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 นอนพักพื้นที่อำเภอน้ำปาดและอำเภอท่าปลา ที่เขื่อนสิริกิติ์ จึงเข้าแก้ไขปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิที่ดินทำกิน ที่ดินของชาวท่าปลา ตั้งแต่วันนั้นหน่วยงานต่างๆได้ขับเคลื่อนมาโดยตลอด
“กระทั่งมีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี จากนายเศรษฐา ทวีสิน เป็น นางสาวแพทองธาร (อุ้งอิ้ง) ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี หลังจากดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รับทราบปัญหาความเดือดร้อนของชาวอำเภอท่าปลา รับทราบปัญหาความเดือดร้อนของชาวท่าปลาในอดีตจากการติดตามงานของอดีตนายเศรษฐา จึงผ่านมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 ในมติคณะรัฐมนตรีนั้นคือ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูแลปัญหาที่ดินให้กับพี่น้องชาวท่าปลา ประกอบด้วย กรมป่าไม้ กรมอุทยานกรมพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสำนักงานปฎิรูปที่ดินหรือสปก.”
นายวารุจ กล่าวปราศรัยด้วยว่า ในมตินั้นได้มอบหมายให้ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ลงพื้นที่อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ นำมติครม.เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลอแก้ไขปัญหาที่ดินให้ประชาชนชาวท่าปลา และต้องทำให้เสร็จจากกรอบ 360 วัน ( 1 ปี) เหลือ 180 วัน ( 6 เดือน) เนื่องจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่รอกันมานานแล้ว ดังนั้นมติ ครม.เดือนกุมภาพันธ์ จึงดำเนินการแล้วเสร็จในวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 และได้นำเสนอเข้าสู่คณะรัฐมนตรี เมื่อมีเหตุยุบสภา รัฐบาลชุดใหม่ก็หยิบเข้ามาดำเนินการต่อด้วยการผ่าน มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา โดยไม่ต้องแก้ไขอะไร เนื่องการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ใช่ “วารุจ” เป็นผู้นำเรื่องเข้าครม. คงเหลือแค่พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ประกาศในราชกิจจานุเบกษา บังคับใช้เป็นกฏหมาย พี่น้องชาวท่าปลาก็จะได้เอกสารสิทธิ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหน่วยงานที่ลงพื้นที่ตรวจสอบที่ดินทับซ้อนกันในพื้นที่อำเภอท่าปลาและพื้นที่ใกล้เคียง ประกอบด้วย 10 หน่วยงาน ประกอบด้วย 1.เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) 2.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) 3.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11(พิษณุโลก) 4.สำนักงานทรัพยากรธรรม ชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุตรดิตถ์ 5.สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดอุตรดิตถ์ 6.ที่ดินจังหวัดอุตรดิตถ์ 7.นิคมสร้างตนเองลำน้ำน่าน 8.อุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน 9.วนทุยานห้วยน้ำลี และ 10.ปกครองอำเภอท่าปลา พร้อมด้วย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่อำเภอท่าปลา 11.กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำบลวังดิน อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ ร่วมลงพื้นที่แก้ไขปัญหาแนวเขตที่ดินของรัฐในนิคมสร้างตนเองลำน้ำน่าน จังหวัดอุตรดิตถ์ ดำเนินการโดยการจัดทำ One Map (แผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1:4000) เพื่อแก้ไขปัญหาราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนสิริกิติ์. โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ราษฎรมีสิทธิในที่ดินทำกินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และสามารถนำเอกสารสิทธิไปใช้ในการออกโฉนดที่ดินได้กฎหมาย เป็นการสร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่ มีสิทธิในที่ดินทำกินอย่างชัดเจน สามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากมีเอกสารสิทธิในที่ดินแล้ว ยังช่วยสร้างความมั่นคงในชีวิตและส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับพื้นที่ที่ได้รับการแก้ไขประกอบด้วย บริเวณที1 พื้นที่ตำบลผาเลือด อำเภอท่าปลา นิคมฯ ทับซ้อนกับอุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน เนื้อที่ 100 ไร่ ราษฎรทำประโยชน์ 7 ราย 10 แปลง, บริเวณที่2 ตำบลน้ำหมัน อำเภอท่าปลา นิคมฯ ทับซ้อนกับวนอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำลี เนื้อที่ 336 ไร่ เป็นป่าอุดมสมบูรณ์ ไม่มีราษฎรทำประโยชน์, บริเวณที่3 ตำบลวังดิน อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ นิคมฯ ทับซ้อนกับเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม แบ่งเป็น 4 บริเวณย่อย 3.1 นิคมฯ ที่เป็นพื้นที่ส่วนกลางร้อยละ 20 ทับซ้อนเขตปฏิรูปที่ดินฯ เนื้อที่ประมาณ 201 ไร่ 32 แปลง ให้ปรับเป็นเขตปฏิรูปที่ดินฯ, 3.2 นิคมฯ ทับซ้อนเขตปฏิรูปที่ดิน ที่ออกเอกสาร ส.ป.ก.4-01 แล้ว เนื้อที่ 93 ไร่ 10 แปลง ให้ปรับเป็นเขตปฏิรูปที่ดิน, 3.3 นิคมฯ ทับซ้อนเขตปฏิรูปที่ดิน เนื้อที่ 65 ไร่ 12 แปลง ให้ปรับเป็นเขตปฏิรูปที่ดิน ยกเว้นแปลงที่อยู่ในเขตนิคมฯ เต็มแปลง 1 แปลง ให้คงเป็นพื้นที่นิคมฯ ) 3.4 พื้นที่ระหว่างพื้นที่นิคมสร้างตนเองและเขตปฏิรูปที่ดินฯ มีการประกาศแนวเขตไม่ติดกันเป็นพื้นที่ช่องว่าง ให้ปรับช่องว่างเป็นเขตปฏิรูปที่ดินฯ ยกเว้นแปลงที่ดินที่นิคมฯ ออก น.ค.3 ให้ปรับเป็นนิคม,
บริเวณที่4 เป็นเขตของนิคมลำน้ำน่าน(เดิม) นิคมฯ ที่เป็นป่าส่วนกลาง 20% และเป็นพื้นที่ปลูกป่า FOREST PLANTATION TARGET (FPT) ให้เป็นพื้นที่นิคมฯ ตามเดิม ไม่มีการปรับปรุงเส้นแนวเขต, บริเวณที5 ตำบล จริม อำเภอท่าปลา นิคมฯ จัดที่ดินให้ราษฎที่ได้รับผลกระพบจากการสร้างเชื่อนสิริกิติ์ อยู่นอกและคาบเกี่ยวพื้นที่เพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2560 (ตกสำรวจ) 39 แปลง ให้ปรับพื้นที่โดยเพิกถอนเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าลำน้ำน่านฝั่งขวา เป็นพื้นที่นิคมฯ ให้ครอบคลุมที่ดินของราษฎรที่ตำสำรวจ 39 แปลง



ทั้งนี้ นายวารุจ ผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย กล่าวปราศรัยทิ้งท้ายว่า พรรคเพื่อไทย ส่งผู้สมัคร 3 คน เขต 1 อัญชิสา ศุภรักษ์จินดา (ไอ) เบอร์ 3, เขต 2 นายวารุจ ศิริวัฒน์ เบอร์ 5, เขต 3 นายรวี เล็กอุทัย เบอร์ 1, ให้เลือกเต็มแม็ค 3 คน ที่ผ่านมาจนถึงปี 2566 ได้ สส.พรรคเพื่อไทย 3 คน ทางพรรคเพ่อไทยได้ให้ความสำคัญกับจังหวัดอุตรดิตถ์มาก จัด 3 แถม 2 คือ นางสาวกฏฤษณษ สีหลักษณ์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อดีตรัฐมาตรีช่วยการว่าการกระทรวงการคลัง อยู่ใน สส.บัญชีราชื่อ หากเต็มแม็ค 3 เขต 3 คน บวก นายทนุศักดิ์ นางสาวกฤษณา เราจะมี สส.คนอุตรดิตถ์ ถึง 5 คน โอกาสดีๆอย่างนี้หายาก โอกาสอย่างนี้อย่างที่บอก ถ้าเพื่อไทยเป็นรัฐบาล โอกาสที่รัฐมนตรี จะกลับมาอยู่บ้านเรา มีโอกาสนี้โอกาสเดียว ขอให้ชาวท่าปลาช่วยกันเลือกเข้าสภา ผมเชื่อมั่นพรรคเพื่อไทยหลังเลือกตั้งได้เป็นรัฐบาลแน่นอน จะปฌ่นแกนนำหรือเป็นพรรคร่วมอย่างที่เคยมี เชื่อมั่นว่าได้เป็นรัฐบาลแน่นอน พรรคเพื่อไทยไม่ได้บอก ไม่ได้มีเงื่อนไขไม่เอาโน้น ไม่เอานี้ ไม่เอานั้น เพียงแต่บอกคำเดียว รอพี่น้องประชาชนตัดสินใจก่อน พี่น้องประชาชนว่าอย่างไร เพื่อไทยก็ว่าอย่างนั้น เรายังไม่รู้ว่าได้กี่เสียง เราไม่จำเป็นต้องไปออกตัวก่อนทำไมว่า ไม่เอาโน้น นี่นั้น ผมมั่นใจว่า “พรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล”
จากนั้น นายวารุจ ผู้สมัคร สส.เขต 2 ได้เดินทางไปยังพื้นที่โดมเอนกประสงค์ บริเวณอ่างเก็บน้ำวังชมพู ต.จริม อ.ท่าปลา เพื่อปราศรัยหาเสียงกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลจริม โดยมีชาวบ้านเข้าร่วมรับฟังประมาณ 200 คน ได้กล่าวถึงนโยบายของพรรค พร้อมประกาศข่าวดีตามที่ นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนชาวอำเภอท่าปลา โดยเฉพาะปัญหาเรื่องที่ดินทำกินและอยู่อาศัยของชาวอำเภอท่าปลา เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 กระทั่ง นางสาวแพทองธาร (อุ้งอิ้ง) ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ลงพื้นที่นำมติครม.เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลอแก้ไขปัญหาที่ดินให้ประชาชนชาวท่าปลา ดังนั้น มติ ครม.เดือนกุมภาพันธ์ จึงดำเนินการแล้วเสร็จในวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 และได้นำเสนอเข้าสู่คณะรัฐมนตรี เมื่อมีเหตุยุบสภา รัฐบาลชุดใหม่ก็หยิบเข้ามาดำเนินการต่อด้วยการผ่าน มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา โดยไม่ต้องแก้ไขอะไร เนื่องการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คงเหลือแค่พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ประกาศในราชกิจจานุเบกษา บังคับใช้เป็นกฏหมาย พี่น้องชาวท่าปลาก็จะได้เอกสารสิทธิ


