|
Getting your Trinity Audio player ready...
|
ชาวป่าคาย ทองแสนขัน เฮ! ชลประทานอุตรดิตถ์ สร้างโรงสูบน้ำพลังงานไฟฟ้า สถานีสูบน้ำพร้อมระบบส่งน้ำ อาคารระบายน้ำ 16 แห่ง จุดจ่ายน้ำ 30 แห่ง ด้วยงบกว่า 178 ล้าน ครอบคลุมพื้นที่การเกษตร 2,000 ไร่ 4 หมู่บ้าน นายกอบต. “เก๋ง” ขอบคุณ ช่วยเกษตรกร พร้อมส่ง หน.ฝ่ายจัดสรรน้ำฯ มอบงาน ชี้แจงให้ความรู้และจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำ “เห็นใบหน้าชาวบ้าน ยิ้มแย้มแจ่มใส ทำให้เกิดความสุขใจ”





เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 นายบุญญฤทธิ์ ทิศอาจ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลป่าคาย อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า ตำบลป่าคายตั้งอยู่ในเขตอําเภอทองแสนขัน สโลแกนว่า “ โคพันธุ์ดีนาลับแลง พืชหน้าแล้งบ้านไร่ อ้อยป่าคายมากมี ส้มโอดีวังปรากฏ ” มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 107.40 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 67,125 ไร่ สภาพพื้นที่สวนใหญ่เป็นที่ราบสูงและป่าแดง ลูกรังผสมกรวดทรายและหิน ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือและทิศใต้ มีแนวเขาล้อมรอบ มีจำนวน 9 หมู่บ้าน ชาวบ้านส่วนใหญ่ยึดอาชีพเกษตรกรรม ทำนาปลูกข้าวเหนียว ข้าวจ้าว ทำไร่ข้าวโพด มันสำปะหลัง ปลูกไม้ผลยืนต้นและเลี้ยงสัตว์ มีแหล่งน้ำธรรมชาติสายหลักไหลผ่าน อาทิ คลองตรอนและคลองห้วยพี้ มีระบบส่งน้ำเพื่อการเกษตร จากสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าจํานวน 3 สถานี 1.สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า บ้านวังปรากฏ หมูที่ 1 คลองส่งน้ำความยาวประมาณ 2,000 เมตร พื้นที่่ได้รับผลประโยชน์ 1,000 ไร่ 2.สถานีสูบน้ำาด้วยไฟฟ้า บ้านวังปรากฏ หมูที่ 1 (แห่งที่ 2) คลองส่งน้ำความความยาวประมาณ 4,722 เมตร พื้นที่่ได้รับผลประโยชน์ 1,034 ไร่ 3.สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า บ้านวังปรากฏ หมู่ที่ 2 คลองส่งน้ำความยาว 3,225 เมตร พื้นที่่ได้รับผลประโยชน์ 1,800 ไร่
นายบุญญฤทธิ์ กล่าวว่า ด้วยพื้นที่ตำบลป่าคายเป็นพื้นที่สูง แหล่งน้ำที่มีอยู่ห่างไกลจากหมู่บ้านและพื้นที่การเกษตร อีกทั้งสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า มีเพียงแค่ 3 แห่ง ส่งผลทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำ ทั้งในการอุปโภคบริโภคและภาคการเกษตร ทางองค์การบริหารส่วนตำบลป่าคาย จึงได้ทำหนังสือถึงโครงการชลประทานอุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2557ผ่านยังกรมชลประทาน เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณการก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำ พื้นที่หมู่ 9 บ้านวังปรากฏ เพื่อสูบน้ำจากคลองตรอน ส่งน้ำเข้าพื้นที่การเกษตร 2,000 ไร่ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำให้กับเกษตรกรในพื้นที่ด้านการเพาะทำนา ทำไร่ ปลูกข้าวจ้าว ข้าวเหนียว ข้าวโพด อ้อยและเลี้ยงสัตว์ รวมถึงน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค โดยมีเจ้าหน้าที่กรมชลประทานลงสำรวจพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อน เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำให้กับเกษตรกรตำบลป่าคาย
นายบุญญฤทธิ์ กล่าวด้วยว่า ต่อมาทางกรมชลประทาน ได้เล็งเห็นความเดือดร้อนของเกษตรกรจึงได้อนุมัติงบประมาณให้เพื่อก่อสร้างโรงสูบน้ำพลังงานไฟฟ้า ประกอบด้วยสถานีสูบน้ำด้วยพลังงานไฟฟ้า พร้อมระบบส่งน้ำด้วยท่อขนาด 600 มม.ความยาว 6.04 กิโลเมตร มีท่อ 3 สาย เป็นท่อ PE ยาว 2,800 ม. ท่อ LEP ยาว 2,500 ม. ท่อใส่ซอย 641ม. มีอาคารประกอบ 49 แห่ง บ่อพักน้ำ 3 แห่ง อาคารระบายน้ำ 16 แห่ง จุดจ่ายน้ำ 30 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่การเกษตร 2,000 ไร่ ด้วยงบประมาณ ทั้งหมดกว่า 178 ล้านบาท ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2568



“ ทางโครงการชลประทานอุตรดิตถ์ ได้ส่งมอบงานให้กับทางองค์การบริหารส่วนตำบลป่าคาย เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมา ตามแผนขั้นตอนการการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดูแลรักษา โดย นายพฤกษ์ เรืองไวทย ผู้อำนวยการโครงการชลประทานอุตรดิตถ์ สำนักงานประทานที่ 3 มอบหมายให้ นายดิลกยศ ปานะดิษฐ์ หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน โครงการชลประทานอุตรดิตถ์ ประชุมชี้แจงพร้อมจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำระบบท่อส่งน้ำ โครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบส่งน้ำบ้านวังปรากฏ เพื่อร่วมกันบริหารจัดการน้ำ ดูแลบำรุง รักษาและใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำให้เกิดประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน เพื่อเกิดประโยชน์กับท้องถิ่นต่อไป”
นายบุญญฤทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โรงสูบน้ำพลังงานไฟฟ้าจะเข้ามาช่วยด้านการเกษตรให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลป่าคาย โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ที่ 1, หมู่3 หมู่4 และ หมู่9 เป็นการเพิ่มพื้นที่ทางชลประทานให้กับเกษตรกร เฟส1 สำเร็จไปแล้ว ยังคงเหลือเฟส2 เพิ่มระยะแนวท่ออีกประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นการเพิ่มพื้นที่การกระจายน้ำทางการเกษตรให้มากขึ้นและครอบคลุมพื้นที่บ้านวังปรากฏ หมู่9 ทั้งหมด ด้วยงบประมาณ 50 ล้าน แบบก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทางชลประทานก็เห็นดีด้วยเพราะเกิดประโยชน์กับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทางชลประทานก็ลงพื้นที่ตรวจสอบมองดูพื้นที่ด้วยกันมองแล้วเห็นว่า “โครงการฯในตำบลป่าคาย ทำแล้วเกิดประโยชน์กับชาวบ้านจริงๆ ช่วยทั้งอาชีพและชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ช่วยเพิ่มรายได้ สร้างงาน สร้างชุมชน เพราะชุมชนในพื้นที่ 90% ยึดอาชีพการเกษตร “น้ำดี” อะไรก็ดี น้ำมีใช้ในเรื่องอุปโภคบริโภคและการ เกษตร การดำรงชีวิตและประกอบอาชีพตำบลป่าคาย ก็จะมีการพัฒนาในหลายด้านหลายมิติมากขึ้นตามมา
“ตนได้ดำเนินการโครงสร้างพื้นฐานให้กับชาวบ้านในพื้นที่ทั้งเรื่องน้ำ ถนนและไฟฟ้า จะเน้นหนักในเรื่องน้ำมาก่อนเป็นอันดับที่หนึ่ง เพราะน้ำคือชีวิต น้ำดีอะไรก็ดี หากขาดแคลนน้ำก็จะไม่ดี สำนักงานประทานที่ 3 และ สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 9 หรือหน่วยงานต่างๆที่สามารถดำเนินการในเรื่องน้ำเพื่อการเกษตรให้กับชาวบ้านได้ทางองค์การบริหารส่วนตำบลป่าคายก็จะประสานไป เนื่องด้วยทางองค์การบริหารส่วนตำบลป่าคายคณะผู้บริหาร สมาชิก อบต.พร้อมเจ้าหน้าที่ ทำงานกันเป็นระบบเป็นทีมและเข้าใจกันในบทบาทหน้าที่ของแต่ละฝ่าย ทุกคนเข้ามาทำงานเพื่อหวังให้ชีวิตของชาวบ้านดีขึ้น ตนเองเป็นคนในพื้นที่ เกิดที่นี่และเติบโตที่นี่จะมองเห็นปัญหาของเราคือเรื่องน้ำ น้ำดีทุกอย่างก็ดี ได้มองเห็นใบหน้าพี่น้องเกษตรกรยิ้มแย้มแจ่มใส ทำให้เกิดความสุขใจ
โดยเฉพาะราคาในปัจจุบันราคาจ้าวตันละ 5,000 บาท อยู่ยากและไปยาก แต่ข้าวเหนียวจะมีราคาดีขึ้นมากและอยู่ได้ หน้าแล้งชาวบ้านก็ปลูกข้าวโพด ทาง อบต.พยายามทำเรื่องน้ำเป็นพื้นฐานเพื่อต่อยอดในการพัฒนา ทั้งตำบลป่าคายมีพื้นที่การเกษตรนับหมื่นไร่ แต่มีพืชเศรษฐกิจคือข้าวนาปี มันสำปะหลัง ข้าวโพดหน้าแล้ง ข้าวนาปลังและอ้อยบ้างนิดหน่อย ทุกอย่างต้องใช้น้ำและอาศัยน้ำเป็นพื้นฐาน หากมีน้ำมาช่วยในช่วงฤดูฝนทิ้งช่วง ซึ่งในปีนี้ “เอลนีโญ” จะกลับมา การที่ตำบลป่าคายได้สถานีสูบน้ำพลังงานไฟฟ้ามาช่วย การมีน้ำด้านชลประทานเป็นการวางรากฐานด้านความมั่นคง โดยโครงการชลประทานอุตรดิตถ์ สำนักงานประทานที่ 3 ให้คำปรึกษาชี้แนะและช่วยเหลือทุกด้านกับพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่และทางองค์การบริหารส่วนตำบลป่าคาย ขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการสนับสนุนช่วยเหลืองบประมาณและโครงการต่างๆให้กับชาวบ้านในพื้นที่ตำบลป่าคายอีก เพื่อเข้ามาช่วยประชาชนในพื้นที่ของเรา” นายบุญญฤทธิ์ กล่าว.




