Image 123456789
Getting your Trinity Audio player ready...

ชาวอุตรดิตถ์เฮ! “รมว.สุชาติ” มอบสมุดประจำตัวแก้ปัญหาที่ทำกินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ (คทช.) จังหวัดนำร่อง เกือบ 2,000 ครอบครัว พร้อมมอบใบอนุญาตตัดไม้ให้นางสาวเสมียน รายแรกของจังหวัด จำนวน 15 ไร่ เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับลูกหลานในอนาคต แถมการันตีที่มาของผลผลิตทางการเกษตร ส่งออกไปยังต่างประเทศ โดย เฉพาะทุเรียนพันธุ์หลง-หลิน ลับแล ได้ชิมลิ้มรสชาติแล้ว ชมว่าอร่อยกว่าทุเรียนภาคตะวันออก เมล็ดลีบ เนื้อเยอะ ขณะเดียวกัน ประธานสันนิบาตเทศบาลเทศบาลจังหวัดอุตรดิตถ์ ยื่นขอใช้พื้นที่เพื่อก่อสร้างของเทศบาลตำบลและ อบต. ด้วยชาวบ้านเดือดร้อนใช้สัญจรและขนถ่ายพืชผลทางการเกษตร

Image51Image10 Image11 Image13Image42 Image14 Image16 Image17 Image18 Image19

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 นายสุชาติ  ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ ยกทีมผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อาทิ ดร.รวีวรรณ  ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพย์ฯ นายนิกร  ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวรายงาน โดยมี นายสรพงษ์  มานะสุขอนันต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวให้การต้อนรับ มีตัวแทนประชาชนจาก 8 อำเภอ จำนวน 600 ราย จากอำเภอลับแล อำเภอน้ำปาด อำเภอท่าปลา อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ อำเภอพิชัย อำเภอทองแสนขัน อำเภอฟากท่า และอำเภอบ้านโคก รับมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยที่ดินทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ตามมติ ครม.26 พฤศจิกายน 2561 จำนวน 600 ราย ซึ่งเป้าหมายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันแนวทาง “คนอยู่กับป่าอย่างยั่งยืน” ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนได้รับการรับรองสิทธิในการอยู่อาศัยและประกอบอาชีพอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สามารถสร้างรายได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ในการมอบสมุดประจำตัวนี้ เป็นการดำเนินการตามแผนงานในปีงบประมาณ 2569 มีเกษตรกรที่อยู่ในกลุ่ม 3, 4 ที่ได้รับมอบรวมทั้งสิ้น 1,800 ราย แบ่งเป็นอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จำนวน 15 ราย จำนวน 15 แปลง เนื้อที่ 13 ไร่ 3 งาน 90 ตารางวา อำเภอลับแล จำนวน 1,013 ราย จำนวน 2,547 แปลง เนื้อที่ 10,856 ไร่ 70 ตารางวา อำเภอพิชัย จำนวน 9 ราย จำนวน 11 แปลง เนื้อที่ 10 ไร่ 2 งาน 75 ตารางวา อำเภอทองแสนขัน จำนวน 15 ราย จำนวน 15 แปลง เนื้อที่ 57 ไร่ 1 งาน 55 ตารางวา อำเภอท่าปลา จำนวน 162 ราย จำนวน 258 แปลง เนื้อที่ 954 ไร่ 3 งาน 18 ตารางวา อำเภอน้ำปาด จำนวน 556 ราย จำนวน 1,099 แปลง เนื้อที่ 3,983 ไร่ 74 ตารางวา อำเภอฟากท่า จำนวน 15 ราย จำนวน 15 แปลง เนื้อที่ 60 ไร่ 2 งาน 86 ตารางวา และอำเภอบ้านโคก จำนวน 15 ราย จำนวน 15 แปลง เนื้อที่ 19 ไร่ 1 งาน 16 ตารางวา

Image35 Image46Image20Image29 Image21 Image22 Image23 Image24 Image26 Image27

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานความสำเร็จของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมป่าไม้ ที่มุ่งมั่นผลักดันการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ทำกินของประชาชนในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติให้เกิดเป็นรูปธรรม ได้รับการรับรองสิทธิการอยู่อาศัยและทำกินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ในส่วนของจังหวัดอุตรดิตถ์นั้น กรมป่าไม้ไม่ได้ดำเนินการในพื้นที่ 9 อำเภอ รวม 317,566 ไร่ แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 พื้นที่ลุ่มน้ำ 3,4,5 ก่อนมติ ครม. 30 มิ.ย. 2541 เนื้อที่ 118,047 ไร่ กลุ่มที่ 2 พื้นที่ลุ่มน้ำ 3,4,5 หลังมติ ครม. 30 มิ.ย. 2541 เนื้อที่ 110,386 ไร่ กลุ่มที่ 3 พื้นที่ลุ่มน้ำ 1,2 ก่อนมติ ครม. 30 มิ.ย. 2541 เนื้อที่ 51,799 ไร่ และกลุ่มที่ 4 พื้นที่ลุ่มน้ำ 1,2 หลังมติ ครม. 30 มิ.ย. 2541 เนื้อที่ 37,334 ไร่

“ทางกรมป่าไม้ ยังได้รายงานถึงผลการดำเนินงาน โดยข้อมูลเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ในส่วนกลุ่มที่ 1 ได้จัดที่ดินให้ชุมชน (คทช.) จำนวน 35 พื้นที่ เนื้อที่ 118,047 ไร่ และออกหนังสืออนุญาตแล้ว 12 พื้นที่ เนื้อที่ 56,007 ไร่ อยู่ระหว่างอนุญาตอีก 23 พื้นที่ เนื้อที่ 62,040 ไร่ ขณะที่กลุ่มที่ 2,3,4 ที่ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 แบ่งเป็น กลุ่มที่ 2 พื้นที่ลุ่มน้ำ 3,4,5 หลังมติ ครม. 30 มิ.ย. 2541 ได้อนุมัติโครงการและออกประกาศฯ ตาม ม.19 แล้ว จำนวน 9 อำเภอ เนื้อที่ 110,386 ไร่ กลุ่มที่ 3 และกลุ่มที่ 4 พื้นที่ลุ่มน้ำ 1,2 ก่อนและหลังมติ ครม. 30 มิ.ย. 2541 ได้อนุมัติโครงการและออกประกาศฯ ตาม ม.19 แล้ว จำนวน 9 อำเภอ เนื้อที่ 89,133 ไร่”

นอกจากนี้ ยังได้มอบใบอนุญาตตัดไม้ในพื้นที่ คทช. ให้แก่นางสาวเสมียน หม่องต๊ะ ว่า เกษตรกรผู้นี้ได้รับสมุดประจำตัวผู้ได้รับการแก้ไขปัญหาฯ แปลงย่อยหมายเลขที่ 45 เนื้อที่ 14-3-57 ไร่ ซึ่งได้ทำหนังสือคำขออนุญาตทำไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยเกียงพาและป่าน้ำไคร้ ในพื้นที่โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) ท้องที่ตำบลขุนฝาง อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นไม้สักจำนวน 830 ต้น ผ่านทางสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) โดยกรมป่าไม้และสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) ได้ตรวจสอบและพิจารณาแล้ว เห็นควรอนุญาตให้นางสาวเสมียน เป็นผู้ทำไม้ดังกล่าวเพื่อการค้าโดยวิธีตัดฟัน พร้อมออกใบอนุญาตทำไม้และใบคู่มือคนงานหรือผู้รับจ้างให้แก่ผู้รับอนุญาต

” ในส่วนของกรมป่าไม้มอบสมุดประจำตัวรับรองสิทธิที่ดินทำกินในป่าสงวนแห่งชาติป่านานกก โดยเกษตรกรได้นำสิทธิบนที่ดินนั้นไปขอรับรองมาตรฐานแหล่งผลิตทุเรียน หรือ GAP จากกรมวิชาการเกษตร ทำให้ทุเรียนสายพันธุ์ หลง-หลง ลับแล ที่ปลูกบนที่ดินแปลงดังกล่าวได้รับการรับรองว่าไม่ใช่ทุเรียนที่ปลูกจากการบุกรุกป่า ทำให้ผลผลิตไม่กดราคา แต่ยังมีผู้สั่งจองทุเรียนดังกล่าวข้ามปี ”

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะเดียวกัน ร.ต.ทรวง  นาพันธ์ นายกเทศมนตรีตำบลงิ้วงาม ประธานสันนิบาตเทศบาลเทศบาลจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมด้วยนายสง่า  มีอินถา นายสมศักดิ์  ทะวดี เป็นผู้แทนมอบสำเนาหนังสือยื่นเรื่องขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้กับนายวรันพล  แสงทองหัวหน้าป่าไม้ที่3 จ.ลำปาง ในการออกเอกสารสิทธิ ในการประกอบขอใช้พื้นที่เพื่อก่อสร้างของเทศบาลตำบลและ อบต.ในจังหวัดอุตรดิตถ์

” สำหรับในส่วนของ นายสนั่น  หล้าติ๊บ. นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนางพญา ได้ยื่นหนังสือติดตามความคืบหน้าเรื่องการขอในพื้นที่ป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ เพื่อสร้างถนนเส้นทางตรวจการและการแพทย์ฉุกเฉิน รวมถึงพื้นที่การเกษตรของชาวบ้าน จากหมู่ 6 ถึง หมู่ 4 บ้านห้วยต้า จำนวน 4 เส้น กว้าง 2.50 เมตร ที่ได้เคยทำหนังสือขออนุญาต ผ่านไปยังสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) ถึงอธิบดีกรมป่าไม้ เรื่องผ่านถึงอธิบดีกรมป่าไม้ เลยมาเป็นปียังไม่มีความคืบหน้าที่จะอนุญาต ให้ใช้พื้นที่ เนื่องจากต้องผ่านมติ ครม.จึงทำหนังสือสำเนาติดตามความคืบหน้า ด้วยชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจำเป็นต้องใช้เส้นทางดังกล่าวในการสัญจรไปมาระหว่างหมู่บ้าน เหตุถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ หน้าฝนเดินทางลำบาก โดยเฉพาะการขนถ่ายสินค้าพืชผลทางการเกษตรก็ได้รับความลำบาก ”

Image4 Image1Image8 Image2 Image5 Image67 S 26861664 0 S 26861669 0Image36 Image68 1

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ระหว่างที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวลล้อม เดินชมบูทการแสดงภายในงาน มาถึงจุดของบูทผลผลิตทุเรียนพันธุ์หลงหลิน ลับแล ซึ่งเป็นผลลิตทางการเกษตรของชาวบ้านเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในพื้นที่ คทช. ได้นำผลผลิตมาแสดงพร้อมให้ รมต.สุชาติ ได้ชิมลิ้มรส ชมว่ารสชาติอร่อยแถมเมล็ดลีบ หากเทียบกับทุเรียนทางภาคตะวันออก ก็ต้องเชียร์ทุเรียนบ้านเรา แต่มากินวันนี้ลืม ลืมไปเลยว่าทุเรียนที่นี่จะอร่อยกว่า แต่รสชาติมันต่างกัน ภาคตะวันออกคล้ายหมอนทองเป็นหลักหวานมัน แต่ที่นี่เม็ดเล็กกินได้เนื้อเยอะมีกลิ่นหอมและอร่อย

นายสุชาติ กล่าวว่า จากการสู้รบในพื้นที่ตะวันออกกลางมีผลกระทบต่อพลังงานน้ำมันและไฟฟ้า ทำให้มีราคาสูงขึ้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล. นายกรัฐมนตรี มีแนวคิดที่จะลดค่าไฟในการใช้จ่ายให้กับประชาชน ย้อนกลับมาที่บางท่านอยู่ในพื้นที่ยังไม่ถูกต้องและต้องใช้หม้อแปลงไฟชั่วคราวซึ่งมีค่าไฟฟ้าที่สูงกว่าหม้อแปลงไฟฟ้าทั่วไปมาก ต้องต้องมาแก้ไขปัญหาเรื่องพื้นที่ปลูกทุเรียนและการส่งออกทุเรียนไปต่างประเทศได้ หากไม่สามารถแจงที่มาที่ไปของผลผลิตทุเรียนได้ ต่างประเทศจะไม่รับซื้อ กระทรวงพาณิชย์ก็มีปัญหาในเรื่องนี้ จึงต้องมีการทำงานบูรณาการในภาพรวมของรัฐบาลคือ ทำเรื่องของ คทช.ให้ถูกต้องตามกฏหมายเร็วที่สุด โดยนำร่องที่จังหวัดอุตรดิตถ์ เพราะจังหวัดอุตรดิตถ์มีผลไม้ทุเรียนที่ขึ้นชื่อและดังมากโดยเฉพาะทุเรียนพันธุ์หลง-หลิน ลับแล ปัญหาอยู่ที่ไม่สามารถจด GAP ได้ ทำให้ไม่สามารถส่งออกทุเรียนได้ จึงเป็นปัญหาในเรื่องของงูกินหางมาโดยตลอด ชาวบ้านที่เข้าไปอยู่ในพื้นที่รอมาตั้งแต่ปี 2561 จนถึง 2569 เป็นเวลา 8 ปีแล้ว มันยาวนานจนคิดว่าความหวังของชาวบ้านขาดหายไปแล้ว ไม่มีแล้ว อยู่กันแบบไม่ถูกต้อง การรอคอยไม่มีความหวัง และต้องยอมรับว่า ยากมากที่ต้องประสานกับหน่วยงานทุกหน่วยงานที่จะต้องมาพิสูจน์ทราบให้ได้ว่า ชาวบ้านที่อยู่ถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง และจะออกสิทธิประโยชน์อย่างไรให้กับเขาได้บ้างนี่คือจังหวัดนำร่อง แต่นำร่องครั้งนี้เกือบ 2,000 ครอบครัว

นายสุชาติ  กล่าวด้วยว่า รัฐบาลการนำโดย นายอนุทิน นายกรัฐมนตรี ไม่ได้สนใจเรื่องพรรคการเมือง แต่สนใจเรื่องประชาชนเดือดร้อนอะไร คนที่เป็นรัฐมนตรีประจำกระทรวงนั้นๆ จะต้องรายงานทุกวันจันทร์ก่อนเข้า ครม.ว่า สิ่งที่แก้ปัญหาคืออะไรบ้าง และติดขัดปัญหาอะไร ท่านนายกจะเป็นคนแก้ปัญหา หลังจากวันนี้ก็ต้องทำรายงานเรื่องส่งนายกรัฐมนตรี รายงานการแก้ปัญหาและแนวทาง เหลืออะไรที่ต้องทำอีก เจอปัญหาเรื่องนิคมสร้างตนเองลำน้ำน่านติดขัดเรื่องประกาศกฤษฎีกา ที่จะต้องไปตามให้กับประชาชน ซึ่งตนเข้าใจหัวอกของประชาชนที่ไม่สามารถสื่อสารถึงหน่วยงานรัฐโดยตรงได้มันเป็นเรื่องยาก แต่วันนี้ทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็นบทพิสูจน์เป็นรูปธรรมให้ชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ ขออวยพรให้ชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้หนังสือสมุดประจำตัวทำกินครบทุกครัวเรือน

นายสุชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า หนังสือสมุดประจำตัวประชาชนจะได้สิทธิ หากที่ดินไม่มีถนนเข้าหรือทางลูกรัง ทางขึ้นเขาลงเขายากลำบากสามารถแจ้ง อบต.เพื่อนำงบประมาณลงทำได้ ไฟฟ้า ประปา สามารถคิดราคาเดียวกับชาวบ้านทั่วไป ซึ่งไม่ใช่ราคาชั่วคราว ในเรื่องของการส่งออกผลผลิตทางการเกษตร ในต่างประเทศจะต้องมีที่มาที่ไปของวัตถุดิบว่า วัตถุดิบที่ปลูกนั้นถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง วันนี้เราต้องถือสมุดประจำตัวทำกิน นี่คือความถูกต้องของเรา เราสามารถจด GAP เป็นใบประกาศ ใบเบิกทางสามารถส่งผลผลิตออกนอกประเทศได้ กระทรวงพาณิชย์ก็สามารถทำงานต่อได้ กรมวิชาการเกษตรก็ทำงานต่อได้เช่นกัน เกษตรกรก็มีหลักประกันให้กับลูกหลานในอนาคตเหมือนมรดกตกทอด ดีกว่าอยู่โดยที่ไม่มีสมุดหนังสือประจำตัว มีสมุดประจำตัวทำกินรุ่นลูก รุ่นหลานมีความมั่นคงในที่ดินแปลงนี้

Image30 Image31 Image73 Image75Image44Image43Image9Image52 Image53 Image71

ชาวอุตรดิตถ์เฮ! “รมว.สุชาติ” มอบสมุดประจำตัวทำกินในเขตป่าสงวน

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า