|
Getting your Trinity Audio player ready...
|
สภาองค์กรผู้บริโภค 7 จังหวัดภาคเหนือ 12 องค์กร Kick Off แถลงความร่วมมือคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค ร้องทุกข์ ร้องเรียน ครบ 1 ปี ทั่วประเทศ 23,703 เรื่อง ภาคเหนือ 2,878 เรื่อง อันดับ 1.สินค้าชำรุดบกพร่อง ไม่มีมาตรฐาน ซื้อของไม่ได้ของ 2.สายสื่อสารโทรคมนาคมไม่ปลอดภัยต่อชีวิต 3.SMS หลอกลวง กวนใจ ให้เสียทรัพย์ ช่วยเหลือยุติร้อยละ 81 รับเยียวยา 174 ล้านบาท เตรียมขยายรุกบ้านพัก หอพัก สัญญาเช่าที่ไม่เป็นธรรม ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้าแพงเกินจริง ต้องตรวจสอบ สายสื่อสายห้อยต่ำ เกิดอุบัติเหตุ อัคคีภัย ไฟไหม้ ต้องตรวจเพื่อความปลอดภัยผู้บริโภค พร้อมขับเคลื่อให้สายสื่อสารถูกฏหมายหรือมีมาตรฐาน ไม่รกรุงรัง “ร้องทุกข์ 1 ครั้ง ดีกว่าบ่น 1.000 ครั้ง” แจ้งสายด่วน 1502 หรือ https://www.tcc.or.th/ ยังขาดสมาชิก 5 จังหวัด อุทัยธานี ชัยนาท ตาก สุโขทัยและเพชรบูรณ์ ช่วยทำงานคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค
เมื่อเร็วๆนี้ ที่โรงแรมต้นทอง รีสอร์ท ตำบลท่าอิฐ อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ นายลาภิศ ฤกษ์ดี หัวหน้าหน่วยงานเขตพื้นที่ภาคเหนือ สภาองค์กรของผู้บริโภค พร้อมด้วยสมาชิกและภาคีร่วมขับเคลื่อน 12 องค์กร ในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคเหนือ ประกอบด้วย 1.ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคภาคประชาชน จังหวัดแม่ฮ่องสองสอน 2.เครือข่าย PHA จังหวัดแพร่ 3.ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดแพร่ 4.เครือข่ายสตรีพิการ จังหวัดแพร่ 5.สถาบันปุ่มผญ๋า อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ 6.กลุ่ม M โกศัยนคร จังหวัดแพร่ 7.คณะกรรมการเอดส์ ตำบลแม่ยางฮ่อ 8.ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพภาคประชาชน จังหวัดนครสวรรค์ 9.หน่วยรับเรื่องร้องเรียนอิสระ มาตรา 50(5) จังหวัดกำแพงเพชร 10.ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดพิจิตร 11.เครือข่ายนักเคลื่อนไหวสังคมด้านเยาวชนพิษณุโลก 12.ชมรมผู้บริโภคจังหวัดอุตรดิตถ์ ร่วมจัดกิจกรรม Kick Off ความร่วมมือ “กลไกคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค ภาคเหนือ 7 จังหวัด” พร้อมจัดตั้งโต๊ะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า
“ หน่วยงานเขตพื้นที่ภาคเหนือ สภาองค์กรของผู้บริโภค จัดกิจกรรม Kick Off แถลงความร่วมมือ “กลไกคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค ภาคเหนือ 7 จังหวัด” เพื่อสร้างความเข้มแข็งด้านการคุ้มครองสิทธผู้บริ โภคในพื้นที่ภาคเหนือ นำร่อง 7 จังหวัด ได้แก่ อุตรดิตถ์ แพร่ แม่ฮ่องสอน นครสวรรค์ กำแพงเพชร พิจิตรและพิษณุโลก เปิดตัวความร่วมร่วมมือจากองค์กรสมาชิกและภาคีเครือข่ายรวม 12 องค์กร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อในการส่งเสริมความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อให้ผู้บริโภคในทุกจังหวัด ได้รับการคุ้มครองอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ครอบคลุมตั้งแต่การรับเรื่องร้องเรียน การแก้ไขปัญหา การเฝ้าระวังสินค้าและบริการที่ไม่ปลอดภัย ไปจนถึงการผลักดันเชิงนโยบายในระดับจังหวัดและภูมิภาค เพื่อให้เกิด “พลังร่วมขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปรรม” ตามแนวคิด “ร้องทุกข์ 1 ครั้ง ดีกว่าบ่น 1.000 ครั้ง ”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพรวมทั้งประเทศ สภาผู้บริโภคโดยศูนย์คุ้มครองผู้บริโภคแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service: OSS) สำนักงานสภาผู้บริโภค และหน่วยงานประจำจังหวัด ได้รับเรื่องร้อง เรียนจากผู้บริโภคมากถึง 23,703 เรื่อง พบว่า ปัญหาสินค้าชำรุด เช่น หน้าจอโทรศัพท์ซัมซุงมีเส้นสีเขียวหลังอัปเดตซอฟต์แวร์ ปัญหาสายสื่อสารไม่ปลอดภัย และ SMS หลอกลวง เป็นประเด็นที่ผู้บริโภคร้องเรียนสูงสุด สามารถแก้ไขข้อพิพาทจนได้ข้อยุติ 81% คิดเป็นมูลค่าการเยียวยา 174 ล้านบาท
“ ส่วนของภาคเหนือ ที่มีหน่วยงานประจำจังหวัดภาคเหนือ 6 จังหวัด จ.เชียงใหม่, จ.พะเยา, จ.เชียงราย, จ.ลำปาง, จ.ลำพูน และจ.น่าน ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคถึง 2,878 เรื่อง โดยเรื่องร้องเรียนส่วนใหญ่เป็นสื่อสาร โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ, รองลงมาคือ สินค้าและบริการทั่วไป และด้านอาหาร ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ผลักดันนโยบาย เร่งรัดจัดระเบียบสายสื่อสารโทรคมนาคมที่ปลอดภัย มีข้อเสนอต่อการขับเคลื่อน การจัดการสายสื่อสารที่ปลอดภัย จัดทำรายงานการละเลยการปฎิบัติหน้าที่ ไปยังหน่วยงานสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.), และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และมีพื้นที่รูปธรรมจังหวัดลำปาง, จังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยา และจังหวัดน่าน ที่มีการทำ MOU ในการแก้ไขปัญหาสายสื่อสารในพื้นที่ มีประกาศแต่งตั้งคณะทำงานจังหวัดน่าน


ทั้งนี้ หน่วยงานเขตพื้นที่ภาคเหนือโดยสภาองค์กรของผู้บริโภค ได้มีการพัฒนาความร่วมมือกลไกคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค ภาคเหนือ 7 จังหวัด โดยดำเนินการ ต่อไปดังนี้ 1. ยกระดับองค์กรสมาชิกให้มีสมรรถนะและทำหน้าที่คุ้มครองสิทธิอย่างเข้มแข็ง 2.พัฒนา “กลไกคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัด” ให้เกิดรูปแบบที่สามารถเชื่อมโยงงงานระดับท้องถิ่น-จังหวัดประเทศ ในการพัฒนาข้อเสนอและนโยบายจังหวัด ในการคุ้มครองผู้บริโภคตามสถานการณ์พื้นที่ 3.รับเรื่องร้องเรียน ตรวจสอบ เฝ้าระวังสถานการณ์สินค้าและบริการในพื้นที่ เพื่อให้ตอบสนองผู้บริโภคได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ หรือร้องเรียนสายด่วน 1502 หรือ ผ่านเว็บไซต์ https://www.tcc.or.th/ สภาองค์กรผู้บริโภค 4.ประสานงานร่วมกับภาคีทุกระดับ เช่น หน่วยงานรัฐ อปท. ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ และเครือข่ายเยาวชน คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัด 5.สนับสนุนองค์กรของผู้บริโภค ให้จดแจ้งสถานะตามพ.ร.บ. สภาองค์กรของผู้บริโภค พ.ศ. 2562 และ 6.ขับเคลื่อนนโยบายคุ้มครองผู้บริโภคระดับภาคเหนือ ประกอบด้วย ระบบขนส่งสาธารณะที่ทุกคนเข้าถึงได้ทุกวันและเป็นธรรม การยืนยันตัวตนผู้ขายออนไลน์ เพื่อจัดการร้าค้าไม่สุจริต คลินิกเสริมความงาม บริการต้องปลอดภัยและเป็นธรรม ”
นายลาภิศ ฤกษ์ดี หัวหน้าหน่วยงานเขตพื้นที่ภาคเหนือ สภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวว่า ประเด็นหอพักหรือสัญญาเช่าที่เป็นธรรม เป็นประเด็นที่สำคัญที่เราต้องตรวจสอบ ต้องระวังร่วมกันของภาคเหนือทั้งหมดในการขับเคลื่อนร่วมกันว่า 1.การทำงานกับเครือข่ายในภาคเหนือ 100 องค์กร ในเรื่องของการตรวจสอบเฝ้าระวังว่า อะไรที่เป็นเรื่องของหน่วยให้บริการหรือเครือข่ายที่เป็นสัญญาเช่าหรือการให้ปล่อยเช่ามีราคาที่แพงเกิน จะมีเครือข่ายที่กระจายไปทั้งภาคเหนือในการช่วยดูว่า มีนิสิต นักศึกษา หรือมีเครือข่ายที่ไปเช่าห้องพักหรือหอพักต่างๆราคาแพงเกินไปไหม หรือคิดค่าวางมัดจำราคาเท่าไหร่ เกินราคาไหม หรือเกินกำหนดราคาถึง 5-6 เดือน ซึ่งได้มีกฎหมายออกมาบังคับใช้แล้ว รวมไปถึงค่าน้ำค่าไฟฟ้า ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่นักศึกษาหรือเครือข่ายประชาชนมาเช่าห้องพักหรือหอพัก เจอค่าไฟในราคา 8-10 บาท ในการคิดค่าเช่าแพง กฏหมายได้ออกมาแล้วในการกำหนดราคาค่าไฟอยู่ในราคากี่บาท ดังนั้น ในประเด็นเรื่องการคิดค่าไฟแพง ทางสภาองค์กรของผู้บริโภคภาคเหนือ จะติดตามในเรื่องนี้จากองค์กรสมาชิกเครือข่ายทั้งหมดเพื่อรับเรื่องร้องเรียน และผลักดันให้เกิดข้อกฏหมาย
นายลาภิศ กล่าวว่า ตอนนี้ห้องเช่าเป็นกระเด็นข้อสัญญาที่ผ่านไปแล้ว คงเหลือแต่หอพักเป็นประเด็นกฏหมายที่ทางสภาองค์กรของผู้บริโภคอยากขับเคลื่อน ซึ่งหอพักอยู่ใน พรบ.อีกตัวหนึ่งของกฏหมาย เราจึงอยากให้มีการเปิดการควบคุมเหมือนกันกับห้องเช่า ทางสภาองค์กรผู้บริโภคภาคเหนือต้องการให้ทุกเรื่องเป็นธรรมกับผู้บริโภค สำหรับวิธีการขับเคลื่อนของทางสภาองค์กรผู้บริโภคภาคเหนือ เครือข่ายองค์กรสมาชิกทั้ง 100 องค์กรสมาชิก ซึ่งอยู่ในระดับพื้นที่และอยู่ในระดับตำบล จะมีการตรวจสอบเฝ้าระวังห้องพัก ห้องเช่า
1.แจ้งประชาสัมพันธ์ ด้วยการออกรายการสถานีวิทยุ ทางเพจและเว็บไซด์ของสภาองค์กรผู้บริโภค เพจของหน่วยประจำจังหวัด 6 หน่วยในแต่ละพื้นที่ มีการสื่อสารให้กับประชาชนและเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคได้รับรู้
2.มีการเฝ้าระวัง ในห้องพัก ห้องเช่า ตามที่กฏหมายกำหนด ตามสัญญาที่บอกกำหนด จะมีการดูว่ามีผู้บริโภคหรือให้ผู้บริโภคช่วยตรวจสอบและแจ้งมายังหน่วยประจำจังหวัดและองค์กรเครือข่ายที่รับเรื่องร้องเรียน
3.จะนำเอาข้อมูลทั้งหมดนำไปเป็นประเด็นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบได้เห็นว่า ในมาตรการหรือกฏหมายฉบับที่ประกาศออกมานี้ได้ผลจริงหรือว่าในการกำหนดมาตรการได้ดีไหม เป็นประเด็นที่ สภาองค์กรผู้บริโภคภาคเหนือ เครือข่ายองค์กรสมาชิกทั้ง 100 องค์กรสมาชิกได้ขับเคลื่อนร่วมกัน
สภาองค์กรผู้บริโภคภาคเหนือ จะเข้าร่วมตรวจสอบเพื่อรวบรวมข้อมูลร้องเรียนทั้งหมด ซึ่งทางสภาฯ เรามีข้อระเบียบอันหนึ่งคือ การรายงานการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานที่กำกับดูแลในข้อกฏหมายอยู่ ดังนั้นข้อกฏหมายนี้ ถ้าเรามีการตรวจสอบแล้วพบว่า ไม่มีการดำเนินการ เราจะทำเรื่องของข้อมูลร้องเรียนไปรวบรวมการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ของการดำเนินงานภายใต้สภาองค์กรผู้บริโภคแจ้งไปยังหน่วยงานที่เป็นต้นสังกัดหน่วยงานที่ควบคุมดูแลข้อกฏหมายเรื่องนี้



นายลาภิศ กล่าวด้วยว่า ในปี พ.ศ. 2568 เรื่องที่ทางสภาองค์กรผู้บริโภคภาคเหนือ ขับเคลื่อนร่วมกันและได้เห็นเป็นเชิงประจักษ์และผลงานชัดเจนคือ สายสือสารที่ปลอดภัยและเป็นธรรม เป็นเรื่องของสายสื่อสายที่ห้อยย้อยต่ำ สายสื่อสารพาดผ่านครัวเรือนหรือสายสื่อสารที่ห้อยตกลงมายังพื้น และทำให้รถที่สัญจรเกิดอุบัติเหตุ เช่น รถจักรยานยนต์เกิดอุบัติเหตุ ทำให้มีผู้บริโภคได้รับบาดเจ็บ อาจจะเข้านอนโรงพยาบาลและต้องเข้ารักษาตัว
” ที่ผ่านมาทางสภาองค์กรผู้บริโภคภาคเหนือ ได้ทำการตรวจสอบว่า สายสื่อสารที่ห้อยย้อยต่ำหรืออันตรายต่อผู้บริโภค อาจจะก่อให้เรื่องของอัคคีภัย ไฟไหม้หรืออันตรายต่างๆ ได้ใช้การตรวจสอบเฝ้าระวัง พร้อมทำข้อเสนอไปยังให้กับหน่วยงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวงและสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อให้เห็นว่าประเด็นนี้ เป็นประเด็นที่ต้องรักษาความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค นายลาภิศกล่าวและว่า
ดังนั้น สายสื่อสารจะได้รับการรวบรวมเป็นเรื่องของการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตอนนี้เราได้ขับเคลื่อนกองทุนช่วยเหลือผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบจากสายสื่อสาร ที่ไม่ปลอดภัยและไม่เป็นธรรม เป็นประเด็นที่สภาองค์กรผู้บริโภคภาคเหนือ จำเป็นต้องขับเคลื่อนต่อ นอกจากจะทำให้สายสื่อสารถูกกฏหมายหรือมีมาตรฐานตามที่การไฟฟ้าหรือกสทช.กำหนด อยากให้สายสื่อสารมีสายเดียว ไม่ต้องมีสายรกรุงรังตามเสายไฟฟ้าที่เห็นอยู่ เป็นประเด็นที่สำคัญ 1.ในเรื่องของทัศนีภาพของประชาชน 2.ความปลอดภัยของประชาชน 3.ถ้าไม่ได้รับความปลอดภัย ประชาชนจะต้องได้รับการช่วยเหลือเยียวยา ในการดูแลของหน่วยงานภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง สิ่งนี้คือการขับเคลื่อนในรอบปี 2568 เรื่องร้องเรียนทั้งหมดจะขมวดเสนอ ในเรื่องนโยบายทั้งหน่วยงานจังหวัด นำเสนอไปที่กระทรวงหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการ”
นายลาภิศ กล่าวอีกด้วยว่า ถ้าประชาชนถูกละเมิดสิทธิ์ สามารถโทรสายด่วน 1502 หรือ ผ่านเว็บไซต์ https://www.tcc.or.th/ หรือ สภาองค์กรของผู้บริโภค จะมีหน่วยประจำจังหวัดที่อยู่ท้ายว่ามีหน่วยองค์กรใดบ้าง ที่เป็นหน่วยองค์กรประจำจังหวัด สามารถเข้าไปร้องเรียนใกล้บ้านหรือจังหวัดที่ตนเองอยู่อาศัยได้ ฝากประชาชนว่า สภาองค์กรของผู้บริโภคจะอยู่เคียงข้างและทำงานคุ้มครองผู้บริโภคทุกด้าน สำหรับ 5 จังหวัดภาคเหนือที่ยังขาด ประกอบด้วย จังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท ตาก สุโขทัยและเพชรบูรณ์ ทางสภาองค์กรผู้บริโภคภาคเหนือ อยู่ระหว่างการขับเคลื่อนให้มีสมาชิก หากจังหวัดใดมีองค์กรที่รวมตัวกันทำงานขับเคลื่อนผู้บริโภคไม่น้อยกว่า 2 ปีที่ผ่านมา สามารถแจ้งมายังหน่วยงานประจำจังหวัดหรือหน่วยงานเขตภาคเหนือ ทางสำนักงานจะได้เข้าไปช่วยทำข้อมูล ดูข้อมูล ช่วยดูในเรื่องบุคคลากรมีครบและถูกต้องไหม และต้องยื่นผ่านสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อแจ้งให้องค์กรผู้บริโภคได้ทราบอีกครั้ง.

