|
Getting your Trinity Audio player ready...
|
“ผวจ.สันติ” มอบสมุดประจำตัว คทช.ให้ชาวลับแล 1,013 ราย 10,856 ไร่ อยู่อาศัยในเขตป่าสงวนฯ ถูกต้องตามกฏหมาย ไม่ต้องถูกไล่รื้อ ตกทอดมรดกให้แก่ทายาท ห้ามซื้อขาย แลกเปลี่ยน ให้ ให้เช่าซื้อ ให้ยืม โอนสิทธิการเช่า หรือโอนสิทธิการครอบครองบุคคลให้บุคคลอื่น หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด ต้องส่งคืนพื้นที่ เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิต “คนอยู่กับป่าอย่างยั่งยืน” ชาวสวนทุเรียนส่งออกต่างประเทศได้ ด้วยใบรับรอง GAP การรันตีคุณภาพผลผลิต “สส.รวี” ยินดีกับชาวบ้าน ร่วมต่อสู้กันมานาน รุ่นปู่ย่าตายาย เตรียมผลักดันพื้นที่เขตป่าไม้ถาวรให้ต่อ หวังเป็นภาพใหญ่ของจังหวัด ศูนย์ป่าไม้อุตรดิตถ์ เตรียมเก็บรายตกหล่น ขอกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยประสานลูกบ้านเดินทางไม่สะดวก


เมื่อเร็วๆนี้ ที่อาคารหอประชุมตลาดกลางผลไม้ OTOP เทศบาลตำบลหัวดง (ต.แม่พูล) อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ นายสันติ รังษิรุจิ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานในพิธีมอบสมุดประจำตัว ผู้ได้รับการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ (คทช.) ให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอลับแล จำนวน 1,013 ราย เป็นอกสารสิทธิ์ที่รัฐบาลมอบให้แก่ประชาชน เพื่ออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในพื้นที่ดินของรัฐ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 10,856 ไร่ อย่างต้องถูกกฎหมาย
โดยไม่ใช่โฉนดที่ดินและไม่สามารถซื้อขายเปลี่ยนมือได้ แต่สามารถตกทอดเป็นมรดกให้แก่ทายาทตามกฎหมายได้ เป็นเครื่องมือช่วยการันตีความมั่นคง ป้องกันการถูกไล่รื้อและช่วยให้เข้าถึงระบบสาธารณูปโภค ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 เพื่อสร้างความมั่นคงในที่ดินทำกินให้แก่ราษฎรในพื้นที่ ซึ่งโครง การดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย “คนอยู่กับป่าอย่างยั่งยืน” เพื่อแก้ปัญหาที่ดินทำกินและยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่ประชาชน
โดยมี นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.)จังหวัดอุตรดิตถ์ เขต 3 พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายภูริวัจน์ โชตินพรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ นางสาวอนุพร โนเรือง นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุตรดิตถ์ นายนเรศ นนท์คลัง ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้อุตรดิตถ์ เจ้าหน้าที่ป่าไม้อุตรดิตถ์ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้นำท้องที่ ผู้ท้องถิ่น ประชาชนในพื้นที่อำเภอลับแล เข้าร่วมพิธีครั้งนี้อย่างเนืองแน่น
นายรวี สส.อุตรดิตถ์ เขต3 กล่าวว่า พิธีมอบสมุดประจำตัว ให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอลับแล ที่ได้รับการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ (คทช.) ครั้งนี้ รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก ที่มีวันนี้ขึ้นมาได้ ขอขอบคุณนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และทุกภาคส่วน ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงพี่น้องประชาชนที่ร่วมต่อสู้ด้วยกันมาตั้งนาน สำหรับการผลักดันพื้นที่ คทช.ครั้งนี้ เริ่มต้นจากการเป็นป่าสงวนแห่งชาติมาก่อน และได้มีการผลักดันให้เกิดการส่งมอบสมุดประจำตัว คทช.ขึ้นมาได้ เป็นนิมิตรหมายที่ดี ทำให้พี่น้องประชาชนสามารถมีเอกสารสิทธิในที่ดินของตนเอง ที่จะไปต่อยอดต่างๆได้มากมาย ไม่ว่าเป็นเรื่องของการออกใบรับรอง GAP ทำให้พี่น้องเกษตรกรมั่นใจได้ว่ามีสิทธิในพื้นที่ตรงนั้นจริงๆ เป็นสิ่งที่มีการต่อสู้กันมานานมาก ตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย มีวันนี้ได้ก็ต้องขอแสดงความดีใจกับทุกคน




นายรวี กล่าวว่า GAP มีความสำคัญกับพี่น้องประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่เป็นอย่างมาก เนื่อง จากพื้นที่อำเภอลับแลมีการปลูกทุเรียนพันธุ์หลงหลินลับแล และพันธุ์หมอนทองลับแล ซึ่งต้องมีการส่งออกทุเรียนไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน ต้องมีการติด Y ในเรื่องของ GAP เป็นใบรับรองเรื่องของคุณภาพผลผลิตทุเรียนดังนั้น ตัว GAP จึงเป็นใบเบิกทางแรก ที่ทำให้ทุเรียนลับแลส่งออกไปยังต่างประเทศได้ รวมถึงทำให้มูลค่าของทุเรียนมีมูลค่าสูงมากยิ่งขึ้น เป็นสิ่งที่ คทช.จะเข้ามาช่วยปลดล็อคให้กับเกษตรกรที่ไม่มีเอกสารสิทธิสามารถออกบัตร GAP ได้ในอนาคต”
นายรวี กล่าวด้วยว่า ขอแสดงความดีใจ การดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนชาวลับแลและพื้นที่อำเภออื่นในจังหวัดอุตรดิตถ์ เกี่ยวกับเรื่องที่ดินยังไม่ได้จบเพียงแค่นี้ เพราะยังมีพื้นที่อีกมากโดยเฉพาะพื้นที่ที่ติดกับป่าถาวร ยังมีปัญหาทับซ้อนระหว่างพี่น้องประชาชนอยู่ เมื่อวันอังคารที่ 2 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา มีการผ่านมติ ครม.เรื่องการขออนุญาติใช้พื้นที่ในเขตป่าแล้ว ก็จะเป็นอีกแนวทางหนึ่ง สามารถขับเคลื่อนในการให้เอกสารสิทธิในรูปแบบ คทช.กับพี่น้องประชาชนในเขตป่าสงวนฯได้ต่อไป
“ เป็นนิมิตรหมายที่ดี จะได้เห็นภาพการขับเคลื่อนในการให้เอกสารสิทธิในรูปแบบ คทช.ในเขตพื้นที่ป่าถาวรต่อไป และเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่จะได้เห็นการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในเรื่องที่ดินป่าไม้ ในฐานะ สส.พื้นที่เขต 3 จะช่วยเดินหน้าในเรื่องนี้ให้อีก โดยไม่ทอดทิ้งพี่น้องชาวอำเภอลับแล อำเภอพิชัยและอำเภอตรอน รวมถึงพี่น้องชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ เราจะช่วยกันผลักดันในเรื่องนี้ ให้สำเร็จให้ได้
พี่น้องประชาชน จำนวน 1,013 ราย ที่ได้รับสมุด คทช.ในวันนี้ สิ่งนี้เป็นเพียงแค่เขตป่าสงวน ซึ่งยังมีเขตป่าไม้ถาวรอีก และมีจำนวนเยอะมากกว่านี้อีก หากทำสำเร็จจะเป็นภาพใหญ่ของจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นการคืนความเป็นธรรมให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ จังหวัดอุตรดิตถ์เป็นเมืองเกษตรกรรมเฉพาะพืชผลทางการเกษตร ทุเรียน ลองกอง ลางสาด มะยงชิด สับปะรดห้วยมุ่น ที่เป็น GI ด้วยเช่นเดียวกัน”
เพราะฉะนั้นเศรษฐกิจของจังหวัดอุตรดิตถ์ จึงต้องพึงพาเศรษฐกิจทางด้านเกษตรกรรม หากว่าเราสามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม ผลผลิตเหล่านี้ให้ได้เพิ่มมาตรฐาน GAP และ GI การผลักดันร่วมของส่วนราชการในจังหวัดอุตรดิตถ์ จะส่งผลทำให้จังหวัดอุตรดิตถ์มีมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มากยิ่งขึ้นได้ ในภาพรวมอยากเห็นภาพของจังหวัดอุตรดิตถ์เติบโต และได้มีการแก้ไขในเรื่องนี้” สส.รวี กล่าว
สส.รวี กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับรอบตกหล่น ได้มีการพูดคุยกับทางผู้อำนวยการศูนยป่าไม้อุตรดิตถ์ คราวๆว่า อาจจะมีการเปิดรอบตกหล่นอีกครั้ง ซึ่งจะต้องมีการรวบรวมข้อมูลก่อนว่า มีจำนวนผู้ตกหล่นจำนวนเท่าไหร่ และจะทำเป็นรูปแบบไหน เพื่อรองรับผู้ตกหล่น เบื้องต้นเชื่อว่าทางศูนย์ป่าไม้อุตรดิตถ์ ได้เตรียมข้อมูลในการรองรับรอบตกหล่นเอาไว้แล้ว ซึ่งเราสามารถพูดคุยกับทางศูนย์ป่าไม้ฯและทางผู้นำชุมชน รวมถึงพี่น้องประชาชนที่ตกหล่น เพื่อเก็บเป็นข้อมูลเอาไว้ก่อน หากผู้ตก หล่นต้องการแสดงความจำนงในการรักษาสิทธิของตนเอง ขอให้ติดต่อกับทางผู้นำชุมชนก่อน โดยเฉพาะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้ช่วยประสานงาน เนื่องจากพี่น้องประชาชนที่จะเดินทางมาด้วยตัวเองอาจจะไม่สะดวก สิ่งที่สำคัญเรามีฝ่ายปกครอง ตนเชื่อว่าฝ่ายปกครองอำเภอลับแล มีความต้องการที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอยู่แล้ว จึงขอฝากกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่เป็นตัวช่วยประสานงานให้กับชาวบ้านในเบื้องต้นก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่อำเภอลับแลส่วนใหญ่เป็นพื้นพื้นที่สูงชันอยู่ในชั้นคุณภาพลุ่มน้ำ 1,2 กรมป่าไม้จึงมีแนวทางการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินในพื้นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 โดยท้องที่อำเภอลับแล อยู่ในกลุ่มมาตรการของกรมป่าไม้ คือ กลุ่ม 3 พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในลุ่มน้ำชั้น 1,2 มีการทำกินก่อนมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541, กลุ่ม 4 พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติลุมน้ำชั้น 12 มีการอยู่อาศัยทำศัยทำกินหลังมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 และต้องปฏิบัติตามคำสั่ง คสช. ที่ 66/2557


ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับสิทธิของผู้ได้รับสมุดประจำตัว 1.สามารถอยู่อาศัยและทำกินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ โดยถูกต้องตามกฎหมาย 2.สามารถสืบทอดสิทธิ์ให้กับทายาทตามกฎหมาย 3.สามารถทำไม้ที่ปลูกขึ้นภายในที่ดินที่ได้รับอนุญาต ตามระเปียบที่เกี่ยวข้อง 4.ได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิต การพัฒนาสาธารณูปโภค และการจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนตามระเบียบและกฎ หมายที่กำหนด 5.หากจะตัดต้นไม้ที่ปลูกขึ้นให้ดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายที่กำหนด 6.ต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการให้ข้อมูลในด้านต่างๆ 7.หากครอบครัวใดมีการทำเกษตรกรรม ให้งดเว้นการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช 8.ต้องใช้ที่ดินให้เป็นไปตามมาตรการอนุรักษ์ดินนและน้ำตามที่กรมบำไม้กำหนด 9.ต้องปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของพื้นที่ (สำหรับสำหรับกลุ่ม3) 10. ต้องปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของพื้นที่ (สำหรับกลุ่บกลุ่ม4) 11.เงื่อนไขอื่นๆ เป็นไปตามที่จะกำหนดขึ้นภายหลัง
“ ประโยชน์ของสมุดประจำตัว 1.สิทธิ์ในการทำกินและอยู่อาศัย ผู้ได้รับสิทธิ์สานารถเช้าทำประโยชน์เพื่อการเกษตรกรรมหรืออยู่อาศัยได้ตามขอบเขตพื้นที่ที่กำหนด โดยสามารถสืบทอดสิทธิการทำกินให้แก่ทายาทโดยชอบธรรมตามกฎหมายได้ ทั้งนี้ ไม่สามารถทำการซื้อขาย โอนกรรมสิทธิ์ 2.การยกระดับมาตรฐานผลผลิต สามารถใช้สมุดประจำตัวเป็นเอกสารประกอบการขอรับรองมตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) ต่อกรมวิชาการเกษตร เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลผลิตทางการเกษตร 3.การทำไม้ในที่ดินทำกิน สามารถยื่นคำขออนุญาตตัดฟันไม้ที่ตนเองปลูกขึ้นภายในในพื้นที่ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย 4.การพัฒนาและสาธารณูปโภค จะได้รับการสนับ สนุนจากหน่วยงานรัฐในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่นไฟฟ้า น้ำประปา แหล่งน้ำและการปรับปรุงดิน การขุดบ่อ เป็นต้น”
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า พื้นที่อำเภอลับแล มีการแจกสมุดประจำตัวกรมบำไม้ จำนวน 1,013 ราย รวม 2,547 แปลง มีเนื้อที่รวม 10,800,56 ไร่ ในกรณีที่สุดประจำตัวสูญหาย สามารถดำเนินการพิมพ์เอกสารผ่านระบบออนไลน์ได้ด้วยตนเอง โดยสืบค้นคำว่า “สมุดประจำตัวกรมป้าไม้” ” ผ่านเว็บ ไซต์ Google จากนั้นกรอกข้อมูล ชื่อ-นามสกุล และเลขประจำตัวประชาชน เพื่อใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงในการแสดงสิทธิ์ต่อไป
“ ผู้ได้รับมอบสมุดประจำตัว คทช. จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดการใช้ที่ดินและเงื่อนไข ดังนี้ โดยข้อกำหนดการใช้ที่ดิน 1.ต้องทำประโยชน์และ/หรืออยู่อาศัยด้วยตนเองหรือบุคคลในครอบครัวภายในขอบเขตพื้นที่ที่ได้รับการจัดที่ดินเท่านั้น 2.ห้ามซื้อขาย แลกเปลี่ยน ให้ ให้เช่าซื้อ ให้ยืม โอนสิทธิการเช่า หรือโอนสิทธิการครอบครองบุคคลให้บุคคลอื่น เว้นแต่ เป็นไปตามระเบียบกฎหมายของหน่วยงานที่อนุญาตให้ใช้ที่ดิน 3.สามารถตกทอดไปยังทายาทโดยธรรมได้ 4.ต้องปฏิบัติตามระเบียบ กฎหมายต่างๆของหน่วยงานที่อนุญาตให้ใช้ที่ดิน รวมถึงข้อกำหนดที่จะกำหนดขึ้นใหม่ในภายหลังด้วย 5.ให้ความยินยอมและอำนวยความสะดวกกับเจ้าหน้าที่ที่เข้า ไปตรวจสอบพื้นที่ที่จัดที่ดิน 6.หากมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด หรือผู้ที่ได้รับการจัดที่ดินไม่ประสงค์จะใช้ที่ดิน ให้พิจารณายกเลิกการใช้ที่ดิน และผู้ใช้ที่ดินต้องส่งคืนพื้นที่ 7.ห้ามละทิ้งไม่ทำประโยชน์ หรือไม่อยู่อาศัยในที่ดิน 8.ห้ามบุกรุกแผ้วถางป่าเพื่อขยายเป็นพื้นที่อยู่อาศัย/ทำกินเพิ่มเติม 9.ต้องคอยสอดส่อง ตรวจตรา ระมัดระวังมิให้มีการบุกรุกแผ้วถางป่าในบริเวณติดต่อใกล้เคียง ถ้าพบการบุกรุกแผ้วถางป่าให้แจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ในท้องที่ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ตำรวจ ทหาร เป็นต้น ทราบทันที
ทั้งนี้สำหรับเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติ 1.ต้องสอดส่องดูแลไม่ให้มีการบุกรุกพื้นที่บำไม้เพิ่มเติมและอนุรักษ์สภาพแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์อยู่เสมอ 2.ให้หัวหน้าครอบครัวจัดทำรายงานการใช้ประโยชน์ที่ดินทุกๆ 1 ปี 3.หลีกเลี่ยงการจุดไฟเผาวัชพืช ยกเว้นการกำจัดเชื้อเพลิงตามมาตรการที่จังหวัดกำหนด 4.ห้ามตัดไม้ที่ขึ้นอยู่เดิม”.


