|
Getting your Trinity Audio player ready...
|
ผู้ว่าอุตรดิตถ์ชวนเที่ยว.. งานพระยาพิชัยดาบหักและงานกาชาด ประจำปี 2569 วันที่ 7 – 16 มกราคม 10 วัน 10 คืน นับเป็นปีที่ 59 ร่วมพิธีบวงสรวง สักการะดวงวิญญาณพระยาพิชัยดาหัก ร่วมวางพวงมาลา เพื่อเทิดเกียรติและเชิดชูวีรกรรม นักรบผู้กล้า ทหารเอกคู่กายพระเจ้าตากสินมหาราช ชมขบวนแห่เครื่องบวงสรวง ขบวนแห่เทิดพระเกียรติ ขบวนแห่ศิลปวัฒนธรรมของดี 9 อำเภอ ชมการประกวดร้องเพลง ท้องถิ่นท้องที่สามัคคีเสียงทอง การเดินแบบผ้าไทยมหากุศล การประกวดนางสาวอุตรดิตถ์และประกวดขุนศึกคู่ใจ ชมการออกร้านและจำหน่ายสินค้าโอท๊อป ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัด ให้นักท่องเที่ยวและต่างชาติรู้จักยิ่งขึ้น ลุ้นรางวัลสลากกาชาด ทองคำมูลค่า 500,000 บาท ระดมทรัพย์ช่วยผู้ยากไร้ ผู้ประสบภัย ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียง




เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 ที่ห้องบอลรูม โรงแรมสีหราช จังหวัดอุตรดิตถ์ นายสันติ รังษิรุจิ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมด้วย นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ และ นางสาวนันทนีย์ ติบใจ ประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์ ร่วมแถลงข่าวจัดงาน “พระยาพิชัยดาบหักและงานกาชาด” ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 7 – 16 มกราคม 2569 เพื่อเป็นการเทิดเกียรติและเชิดชูวีรกรรม นักรบผู้กล้าพระยาพิชัยดาบหัก ทหารเอกคู่กายพระเจ้าตากสินมหาราช พระยาพิชัยดาบหักเป็นขุนนางในสมัยอยุธยาตอนปลายและธนบุรี ปรากฏชื่อในพระราชพงศาวดารเนื่องจากเป็นทหารเอกคู่พระทัยของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี และเป็นผู้มีส่วนกอบกู้เอกราชของชาติไทยหลังการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง ได้รับชื่อเสียงอย่างยิ่งจากความกตัญญูกตเวทีและความกล้าหาญในการต่อสู้กับอริราชศัตรูจนดาบหักคาสนาม
ทั้งนี้ ทางจังหวัดอุตรดิตถ์ได้ให้ความสำคัญ ได้ร่วมกับหน่วยงานราชการ ภาครัฐ เอกชนและประชาชนในจังหวัดอุตรดิตถ์ ระหว่างวันที่ 7 – 16 มกราคม ของทุกปี นับแต่ปี 2510 ณ บริเวณสนามกีฬาพระยาพิชัยดาบหัก จนถึงปี 2568 นับเป็นปีที่ 59 เพื่อเป็นการเชิดชูวีรกรรมพระยาพิชัยดาบหัก วีรบุรุษนักรบผู้กล้าของชาติไทย การจัดงานครั้งนี้นอกเหนือจากเทิดเกียรติและเชิดชูวีรกรรมแล้ว ภายในงานช่วงเช้าจะมีพิธีบวงสรวงบูชาดวงวิญญาณพระยาพิชัยดาบหัก พิธีวางพวงมาลา เพื่อรำลึกถึงคุณงานความดีที่มีต่อประเทศชาติบ้านเมือง ช่วงบ่ายมีขบวนแห่เครื่องบวงสรวง ขบวนแห่เทิดเกียรติพระยาพิชัยดาบหัก ขบวนแห่ศิลปวัฒนธรรมของดีแต่ละอำเภอ ทั้ง 9 อำเภอ การออกร้านจำหน่ายสินค้า OTOP การจำหน่ายสลากกาชาด จำนวน 1 แสนฉบับ จำหน่ายฉบับละ 50 บาท มีรางวัลประกอบไปด้วย รางวัลที่ 1 ทองคำมูลค่า 500,000 บาท 1 รางวัล รางวัลที่ 2 ทองคำมูลค่า 100,000 บาท 4 รางวัล รางวัลที่ 3 ทองคำมูลค่า 40,000 บาท 5 รางวัล รางวัลที่ 4 ทองคำมูลค่า 20,000 บาท 10 รางวัล รางวัลที่ 5 ทองคำมูลค่า 10,000 บาท 20 รางวัล และรางวัลเลขท้าย 3 ตัว ทองคำมูลค่า 2,500 บาท จำนวน 100 รางวัล โดยจะมีการออกรางวัลในวันที่ 16 มกราคม 2569 กิจกรรมของเหล่ากาขาดจังหวัดอุตรดิตถ์ ในการระดมทรัพยากรเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผู้ประสบภัย ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ เชิญชวนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “การให้” ในงานวันรวมน้ำใจให้กาชาดจังหวัดอุตรดิตถ์ ประจำปี 2569 ผ่าน 3 ช่องทาง ได้แก่ บริจาคด้วยตนเอง ณ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดอุตรดิตถ์, บริจาคผ่านระบบสแกน QR Code ของเหล่ากาชาดจังหวัดอุตรดิตถ์ หรือโอนเงินผ่านธนาคารออมสิน บัญชี “เหล่ากาชาดจังหวัดอุตรดิตถ์” เลขบัญชี 020-0-877978-86-86-4 ซึ่งสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ถึง 2 เท่า
” การจำหน่ายสินค้าราคาโรงงาน การแสดงบนเวทีกลาง การประกวดร้องเพลง ท้องถิ่นท้องที่สามัคคีเสียงทอง การเดินแบบผ้าไทยมหากุศล การประกวดนางสาวอุตรดิตถ์และประกวดขุนศึกคู่ใจท่านพ่อพระยาพิชัยดาบหัก การแสดงดนตรีจากศิลปินชั้นนำและมหรสพภายในงานตลอด 10 วัน 10 คืน ถือเป็นการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดอุตรดิตถ์ให้นักท่องเที่ยวทั่วไปและต่างชาติได้รู้จักยิ่งขึ้น”
พระยาพิชัยดาบหัก เดิมชื่อ จ้อย เกิดที่บ้าน ห้วยคา อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อปี พ.ศ. 2284 ในสมัยปลายกรุงศรีอยุธยา ศึกษาอยู่กับท่านพระครูวัดมหาธาตุหรือวัดใหญ่ เมืองพิชัย ภายหลัง จ้อยได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นทองดี หรือ ทองดีฟันขาว มีความสามารถทั้งทางเชิงมวยและเชิงดาบ เข้ารับราชการกับพระเจ้าตากสิน ตั้งแต่ครั้งดำรงตำแหน่งเป็นพระยาตาก ต่อมานายทองดีได้รับแต่งตั้งเป็นองค์รักษ์มีบรรดาศักดิ์เป็น “หลวงพิชัยอาสา” เมื่อรับราชการมีความดีความชอบจึงได้รับแต่งตั้งเป็น เจ้าหมื่นไวยวรนาถ พระยาสีหราชเดโช และพระยาพิชัย ผู้สำเร็จราชการครองเมืองพิชัย ซึ่งรับพระราชทานเครื่องยศเสมอเจ้าพระยาสุรสีห์ตามลำดับ ภายหลังพม่ายกทัพมาตีเมืองพิชัย 2 ครั้ง ในการรบครั้งที่ 2 พระยาพิชัยถือดาบสองมือ ออกต่อสู้จนดาบหักไปข้างหนึ่ง และรักษาเมืองไว้ได้ ดังนั้นจึงไดัรับสมญานามว่า “พระยาพิชัยดาบหัก”
ในปี พ.ศ. 2311 พม่าได้ยกทัพมาอีก 1 หมื่นคน พระเจ้าตากพร้อมด้วยหมื่นไวยวรนาถได้เข้าโจมตีจนแตกพ่าย และได้มีการสู้รบปราบก๊กต่าง ๆ อีกหลายคราว เมื่อพระเจ้าตากสินเสด็จกลับกรุงธนบุรี โปรดตั้งเจ้าหมื่นไวยวรนาถเป็น “พระยาสีหราชเดโช” มีตำแหน่งเป็นนายทหารเอกราชองครักษ์ตามเดิม สุดท้ายเมื่อปราบก๊กพระเจ้าฝางได้แล้ว สมเด็จพระเจ้าตากสินได้ทรงปูนบำเหน็จความชอบให้ทหารของพระองค์โดยทั่วหน้า ส่วนพระยาสีหราชเดโช (จ้อย หรือ ทองดี ฟันขาว) นั้น ได้โปรดเกล้าฯ บำเหน็จความชอบให้เป็นพระยาพิชัยปกครองเมืองพิชัย อันเป็นบ้านเกิดเมืองนอนแต่เยาว์วัย
ในปี พ.ศ. 2313 – 2316 ได้เกิดการสู้รบกับกองทัพพม่าอีกหลายคราว และทุกคราวที่กองทัพพม่าแตกพ่ายไป ก็สร้างความอัปยศอดสูแก่แม่ทัพนายกองเป็นทวีคุณ พอสิ้นฤดูฝนปีมะเส็ง พ.ศ. 2316 โปสุพลายกกองทัพมาหมายตีเมืองพิชัยอีก “การศึกครั้งนี้พระยาพิชัยจับดาบสองมือคาดด้าย ออกไล่ฟันแทงพม่าอย่างชุลมุน จนเมื่อพระยาพิชัยเสียการทรงตัว ก็ได้ใช้ดาบข้างขวาพยุงตัวไว้ จนดาบข้างขวาหักเป็นสองท่อน” กองทัพโปสุพลาก็แตกพ่ายกลับไป เมื่อวันอังคาร เดือนยี่ แรม 7 ค่ำ ปีมะเส็ง พ.ศ. 2316 (ตรงกับวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2316)
งานพระยาพิชัยดาบหักและงานกาชาด ประจำปี 2569







