03633
Getting your Trinity Audio player ready...

งามตระการตา ขบวนแห่วิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น 7 อบต. 1 เทศบาล งานพญาปาด เทศกาลหอม – กระเทียม กาชาดของดีอำเภอน้ำปาด ประจำปี 2569 เทิดเกียรติและรำลึกถึงวีรกรรมของพญาปาด ส่งเสริมผลผลิตทางการเกษตร อนุรักษ์ศิลป์วัฒนธรรมท้องถิ่นประเพณีพื้นบ้าน ส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว  “ชื่นมื่น” คณะผู้แทนแขวงไชยบุรี สปป.ลาว 16 คน ร่วมยินดีและเชื่อมสัมพันธ์ไมตรี สายใยความผูกพันเชื่อมใจ บ้านพี่เมืองน้อง อบจ.อุตรดิตถ์มอบเงินสนับสนุนการจัดงาน 300,000 บาท 3 นายอำเภอท่าปลา ฟากท่า บ้านโคก ให้เกียรติร่วมงานด้วย

Image47Image44 Image46 Image48Image22 1Image77Image85Image49Image5 1 Image20 1

วันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม 2569 ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอน้ำปาด ตำบลแสนตอ อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ นายภูริวัจน์  โชตินพรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานลั่นฆ้องชัย 3 ครั้ง เปิดงานพญาปาด เทศกาลหอม-กระเทียม กาชาดของดีอำเภอน้ำปาด ประจำปี 2569 โดยมีขบวนแห่วิถีชีวิตการดำรงชีพของแต่ละชุมชน พร้อมขบวนศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ในชุดการแต่งกายด้วยผ้าทอพื้นบ้าน พร้อมการแสดงของแต่ละตำบล โดยท้องถิ่น 7 อบต.1 เทศบาล ประกอบ ด้วย เทศบาลตำบลน้ำปาด อบต.แสนตอ อบต.บ้านฝาย อบต.เด่นเหล็ก อบต.น้ำไคร้ อบต.ท่าแฝก อบต.ห้วยมุ่น อบต.น้ำไผ่ และ 1 เหล่ากาชาด ผ่านหน้าบริเวณอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาปาด

นายวัลลภ  หรั่งเพชร นายอำเภอน้ำปาด กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้ เพื่อเป็นการเทิดเกียรติและรำลึกถึงวีรกรรมของพญาปาด ส่งเสริมผลผลิตทางการเกษตรของอำเภอน้ำปาด ที่มีชื่อเสียงและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ อาทิ หอม กระเทียม สับปะรดห้วยมุ่นและผ้าทอพื้นบ้าน ส่งเสริมอนุรักษ์ศิลป์วัฒนธรรมท้องถิ่นและประเพณีพื้นบ้าน ส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวอำเภอน้ำปาด พร้อมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวต่างจังหวัดและนักท่องเที่ยวทั่วไปได้รู้จักอำเภอน้ำปาดให้มากยิ่งขึ้น

Image30 Image35 2Image34 2 Image37 2 Image39 1 Image40 1Image33 2 Image41Image19 1 Image21 2

การจัดงานครั้งนี้มีขึ้นระหว่างวันที่ 12-21 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ภายในงานมีการออกร้านของหน่วยงานต่างๆ การประกวดสับปะรดห้วยมุ่น ประกวดหอมแดง ประกวดกระเทียม ประกวดธิดากระเทียม การประ กวดผ้าทอพื้นเมือง การประกวดธิดาพญาปาด การแข่งขันกีฬา (ฟุตซอล มวยไทย) ร่วมสนุกกับการตักมัจฉาการกุศลกิ่งกาชาดอำเภอน้ำปาด การประกวดร้องเพลง ช๊อปชิมอาหารอร่อย ของดี 4 ภาค สินค้าโอทอป สินค้าราคาถูกของดีทั่วไทย และการแสดงนักร้องศิลปินทุกคืน ณ หน้าที่ว่าการอำเภอน้ำปาด

โดยมี นางสุภาวดี  โชตินพรัตน์ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุตรดิตถ์, นางกรรณชนก ขวัญนาง นายอำเภอท่าปลา, นางวิพารัตน์ นาคปิ่น นายอำเภอฟากท่า, นายโชดก ทองหาร นายอำเภอบ้านโคก นายปรัชญา เสริฐลือชา อดีตนายอำเภอพิชัย นายนันทสิทธิ์ โพธิ์งาม รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อุตรดิตถ์ ตัวแทน นายชัยศิริ  ศุภรักษ์จินดา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ ร่วมมอบเงินสนับสนุนการจัดงานครั้งนี้ จำนวน 100,000 บาท หัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอน้ำปาด ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งในพื้นที่ พ่อค้าและประชาชนให้เกียรติร่วมงานในพิธีเปิดครั้งนี้ด้วย

ทั้งนี้ ทางอำเภอน้ำปาดได้รับเกียรติจากคณะผู้แทนแขวงไชยบุรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชา ชนลาว (สปป.ลาว) จำนวน 16 คน เข้าร่วมงานพิธีเปิดงานพญาปาด เทศกาลหอม-กระเทียม กาชาดของดีอำเภอน้ำปาด ประจำปี 2569 ครั้งนี้ด้วย เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ไมตรี สายใยความผูกพันเชื่อมใจ บ้านพี่เมืองน้อง ที่ดีต่อกันมาช้านานระหว่าง สปป.ลาวกับประเทศไทย (เมืองบ่อแตน แขวงไชยบุรีกับอำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์)

Image1 2Image134 Image135 Image136 Image137 Image138 Image139 Image140Image53 Image57

เนื่องด้วยอำเภอน้ำปาดมีพื้นที่ชายแดนติดกับ สปป.ลาว โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 4 บ้านห้วยพร้าว ตำบลห้วยมุ่น อำเภอน้ำปาด มีด่านการค้าขายชายแดนช่องประเพณีหรือจุดผ่อนปรน ติดกับด่านหนองปาจีด บ้านหนองปาจีด เมืองบ่อแตน แขวงไชยบุรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะผู้แทนแขวงแขวงไชยบุรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) จำนวน 16 คน ที่ให้เกียรติเดินทางมาร่วมงานพิธีเปิดงานพญาปาด เทศกาลหอม-กระเทียม กาชาดของดีอำเภอน้ำปาด ประจำปี 2569 ประกอบด้วย 1.ท่าน คำพัน  พันทะวง ประธานตรวจสอบพรรค-รัฐเมือง เป็นหัวหน้า, 2.๒.ท่าน จันทะพน  ดวงบุนมี เลขาเยาวชนเมือง เป็นรอง, 3.นาง เลย วิไลทอง ประธานสหภาพเมือง เป็นคณะ, 4.ท่าน พันโท  ทองเตียง พงมะแก้ว  รองหัวหน้ากองบัญ ชาการ ปกส.เมือง เป็นคณะ, 5.ท่าน พันโท อนุสิด  ผาทอง หัวหน้ากองบัญชาการทหารเมือง เป็นคณะ, 6.ท่าน พันโท ทองสี  แสนทอน หัวหน้ากองร้อย ทหารชายแดน 160 เป็นคณะ, 7.นาง คำมี วันทะไช รองหัวหน้าห้องแรงงาน และสวัสดิการสังคม เป็นคณะ, 8.ท่าน กิติสัก  ไชยะลาด รองหัว หน้าห้องว่าการเมือง เป็นคณะ, 9.ท่าน สมบูน  พูนสะหวัด รองหัวหน้าห้องการเงินเมือง เป็นคณะ, 10.ท่าน คำลวน  แสนสีจะปันยา รองหัวหนั่าอุตสาหกรรม และการค้าเมือง เป็นคณะ, 11.ท่านหงคำ บุดสะบาเมือง ห้องการ-การเงินเมือง เป็นคณะ, 12.ท่านสมบูน  พิดาวง ห้องว่าการเมือง เป็นคณะ, 13.ท่าน สงกาน  พมมะแก้ว นักธุรกิจ เป็นคณะ, 14..ท่าน สมโพด  โชคดี ห้องว่าการเมือง เป็นคณะ, 15..ท่าน ส.ท.ไผ่ผัน  แสงรัตนะ กองบัญชาการ ปกส.เมือง เป็นคณะ, 16.ท่าน ร.ต.คำหล้า  ทำมะลาด กองบัญชาการทหารเมือง เป็นคณะ

Image64 Image65 Image69 Image72 Image73 Image75

Image59 Image66 Image67 Image68.1

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “พญาปาด” เป็นผู้สร้างบ้านแปลงเมืองน้ำปาด ฟากท่า ซึ่งในปัจจุบันนี้ คือ อำเภอน้ำปาดและฟากท่า วัน เดือน ปีเกิด ของท่านผู้นี้ ไม่ปรากฏไว้เป็นหลักฐาน คงเป็นแต่เรื่องเล่าสืบทอดกันมา  “พญาปาด” เป็นคนลาว อาศัยอยู่ที่นครเวียงจันทร์ เป็นเวลานานมีประชาชนเคารพ รักใคร่ และนับถือมาก เมื่อการทำมาหากินที่เวียงจันทร์ เกิดอัตคัดขัดสนขึ้น “พญาปาด” ได้ชักชวนพลเมืองส่วนหนึ่ง อพยพไปหาที่ทำกินใหม่ โดยอพยพมุ่งหน้ามาทางทิศตะวันตกของนครเวียงจันทร์ ได้เข้ามาปักหลักตั้งถิ่นฐานขึ้นใหม่ และสร้างเมืองน้ำปาด ที่ริมฝั่งแม่น้ำบ้านสองคอน(ปัจจุบันอยู่ในเขต อ.ฟากท่า จ.อุตรดิตถ์) ในระยะเวลาต่อมาผู้คนได้เพิ่มจำนวนมากขึ้น สำหรับศาลปู่ตาพญาปาดนั้น ปัจจุบันตั้งอยู่ที่หมู่ “บ้านฝาย” หรือชื่อเดิม “บ้านฝ้าย” เป็นหมู่บ้านหนึ่งในตำบลบ้านฝาย อำเภอน้ำปาด ในสมัยนั้นท่านเป็นผู้เก่งกล้าสามารถ  ปัจจุบันยังปรากฏศาสตราวุธ และชุดออกศึกที่ลูกหลานผู้สืบเชื้อสาย ได้เก็บรักษาไว้ ชาวน้ำปาดจึงได้จัดสร้างอนุสาวรีย์พญาปาดขึ้น พร้อมกับจัดงานพญาปาด เทศกาลหอม กระเทียม และของดีอำเภอน้ำปาด  ณ อนุสาวรีย์ ของท่านพ่อพญาปาด  ในเดือนมีนาคมของทุกปี เพื่อเป็นการเทิดเกียรติ รำลึกวีรกรรมพญาปาด และนึกถึงคุณงามความดีของท่านที่ร่วมสร้างเมืองน้ำปาดขึ้นมา

คำขวัญ “หอมแดงเด่นเหล็ก แกร่งดั่งเหล็ก พันธุ์หอมแดงขึ้นชื่อลุ่มแม่น้ำปาด” หอมแดงน้ำปาด มีพื้นที่ปลูกอยู่ใน 2 ตำบลได้แก่ ตำบลเด่นเหล็ก และตำบลบ้านฝาย ซึ่งเป็นพื้นที่ในเขตลุ่มแม่น้ำปาดซึ่งมีดินตะกอนแม่น้ำที่เรียกว่าน้ำไหลทรายมูล จากภูเขาในเขตอำเภอบ้านโคก ฟากท่า มารวมกันที่นี่ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะ หมู่ที่2 บ้านนาน้ำพาย หมู่ที่3 บ้านเด่นเหล็ก และหมู่ที่4 บ้านต้นม่วง โดยมีพื้นที่ปลูกจำนวน 2,000 ไร่ ผลผลิต 6,930 ตัน/ปี ถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจ และเป็นรายได้หลักของชาวบ้านกว่า 493 ครัวเรือน คิดเป็นเงิน 83.16 ล้านบาทต่อปี

Image70Image60 Image62 Image79 Image81 Image82 Image83 Image84Image87Image89

สำหรับการเพาะปลูก เกษตรกรจะปลูกอยู่ 2 ช่วง ช่วงแรกคือ “หอมฝน” ปลูกช่วงเดือนสิงหาคม – กันยายน ช่วงนี้เป็นที่รู้กันว่าจะเป็นช่วงที่ฝนตกต่อเนื่อง หอมพันธุ์ที่ถูกแขวนไว้ในโกดังที่เกษตรกรได้เก็บไว้ในช่วงของการเก็บเกี่ยวหอมรุ่น 2 ก็จะถูกนำมาตัดเพาะปลูกลงดิน การเพาะปลูกในช่วงนี้จะเป็นการเพาะปลูกเพื่อให้ได้ผลผลิตมาจำหน่ายเป็นหอมแดงพันธุ์ อายุการเก็บเกี่ยวสั้นประมาณ 45 วัน เก็บเกี่ยวผลผลิตช่วงเดือน ตุลาคม – พฤศจิกายน ผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 3,000 กิโลกรัมต่อไร่ ได้น้อยกว่าหอมแล้ง แต่มีราคาที่น่าจูงใจแต่ต้องรับความเสี่ยงในบางปีฝนตกมีปริมาณมากแม่น้ำปาดน้ำเอ่อล้นท่วมเสียหาย ความนิยมของหอมแดงเด่นเหล็ก คือ พื้นที่ที่มีแหล่งปลูกหอมแดงที่สำคัญต่าง ๆ ทั่วประเทศ จะมาซื้อพันธุ์หอมแดงจากที่นี่ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดศรีษะเกษ เชียงใหม่ ลำพูน จากคำบอกเล่าเปรียบเปรยได้ว่าหอมแดงเด่นเหล็ก แกร่งดั่งเหล็ก พันธุ์หอมแดงขึ้นชื่อลุ่มแม่น้ำปาด ช่วงที่สอง คือ “หอมแล้ง” ปลูกช่วงเดือนตุลาคม – มกราคม เข้าสู่ปลายฝนจนถึงฤดูหนาวเกษตรกรจะนำหอมฝนบางส่วนเก็บไว้เป็นหอมพันธุ์เพื่อนำไปปลูกเป็นหอมแล้ง ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าช่วงนี้เหมาะสมกับการปลูกพืชผักต่าง ๆ หอมแดงก็เช่นกัน ในฤดูหนาวหอมแดงจะได้รับอากาศหนาว เย็น เหมาะแก่การลงหัวร่วมกับการดูแลรักษาที่เกษตรกรเอาใจใส่ เรียกว่าเกษตรกรเด่นเหล็ก

กระเทียมน้ำปาด ยาดีต่อหัวใจ ปลอดภัยต่อสุขภาพ” ถือเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญใน ต.บ้านฝาย สร้างชื่อเสียงให้กับอำเภอน้ำปาดและจังหวัดอุตรดิตถ์ พื้นที่ปลูกในหมู่ที่ 2 บ้านใหม่ และหมู่ที่ 7 บ้านชำบุ่น ตำบลบ้านฝาย ปัจจุบันมีเกษตรกรเพาะปลูก 20 ครัวเรือน พื้นที่ปลูก 200 ไร่ ผลผลิตต่อไร่ประมาณ 1 ตัน ก่อให้เกิดรายได้ในชุมชน ปีละกว่า 4.2 ล้านบาท คุณสมบัติเด่นของกระเทียมน้ำปาด คือ หัวกระเทียมเป็นสีชมพูอมม่วง เปลือกบาง กลิ่นฉุนหอม รสเผ็ดมาก ไม่ฝ่อง่าย สามารถเก็บไว้รับประทานได้นานมากกว่า 6 เดือน หมดปัญหาซื้อกระเทียมตุนไว้แล้วได้กินแค่ครึ่งมัด ที่สำคัญกระเทียมน้ำปาดมีค่าสารอินทรีย์กำมะถันสูงที่สุดในประเทศไทยซึ่งมีค่าสูงถึง 1.543 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสารซึ่งเป็นสารที่ทำให้กระเทียมมีกลิ่นหอม มีรสเผ็ดร้อน ให้พลังงานสารเหล่านี้ช่วยในการป้องกันหลอดเลือดอุดตัน ป้องกันกล้ามเนื้อหัวใจหยุดทำงานเฉียบพลัน ลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ลดความดันโลหิตสูงลดปริมาณน้ำตาลในเลือด รักษาโรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร ลำไส้ ป้องกันโรคหวัด วัณโรค หรือนิวโมเนีย โรคคอตีบ ปอดบวม ไทฟอยด์ มาลาเรีย คออักเสบ อหิวาตกโรค ช่วยขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ ขับเสมหะ ขับลมภายในกระเพาะ แก้ท้องอืดเฟ้อ รักษาแผลสด แผลเป็นหนอง โรคผิวหนัง กลาก เกลื้อน น้ำกัดเท้า เชื้อราในร่มผ้า ปวดฟันจากฟันผุ ปวดหู หูอื้อ หูตึง ฯลฯ

Image90 Image92 Image93 Image94Image95Image96 Image97 Image98 Image100 Image101

เกษตรกรเพาะปลูกกระเทียมปีละ 1 ครั้ง โดยเริ่มปลูกช่วงปลายเดือน พฤศจิกายน และเก็บเกี่ยวช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม ของทุกๆปี อายุการเก็บเกี่ยวทั้งหมด 90-120 วัน โดยกระเทียมที่เก็บก่อน จะจำหน่ายให้กับกลุ่มผู้แปรรูปกระเทียมดองในพื้นที่ และโรงงานแปรรูปกระเทียม ซึ่งจะเรียกว่า “กระเทียมอ่อน” ราคาสดจะอยู่ที่ 25-30 บาท/กก. และบางส่วนรอจนครบอายุเก็บเกี่ยว 120 วัน เพื่อให้กระเทียมแกร่ง ไม่ฝ่อง่าย เก็บรักษาได้นาน ราคาสดอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 30 – 35 บาท ราคาแห้งเกษตรกรจะคัดเกรดตามขนาดหัว เริ่มต้นที่กิโลกรัมละ 35 – 60 บาท

นอกจากจำหน่ายในรูปกระเทียมสดและแห้งแล้ว ยังมี Rare item ที่ลูกค้าต่างถามหานั้นก็คือ กระ เทียมโทนและหำกระเทียม ซึ่งเป็นลูกกระเทียมขนาดเล็ก ที่อยู่บนปลายของหัวกระเทียม เชื่อว่า เป็นจุดสะสมฮอร์โมนการเจริญพันธุ์ เป็นจุดที่มีสารอินทรีย์กำมะถันมาก ถือเป็นคลังยาที่กระเทียมใช้ดูแลชีวิต เป็นอีกผลผลิตที่หายาก และมีราคาสูง โดยจำหน่ายกระเทียมโทนในราคากิโลกรัมละ 400 – 500 บาท ส่วนหำกระเทียมจำหน่ายกิโลกรัมละ 1,000 บาท เป็นแหล่งสะสมฮอร์โมนและสรรพ คุณทางยา เชื่อว่าช่วยบำรุงร่างกาย ส่วนกระเทียมโทนน้ำปาด หายากและมีราคาสูง และเป็นที่ต้อง การของตลาด

Image102 Image104Image103 1Image141 Image105 Image106 Image107 Image108 Image109

จากภูมิปัญญาการปลูกกระเทียมของชาวน้ำปาดนั้น ถือว่าเป็นพืชที่ปลอดภัยจากสารเคมีสำหรับผู้บริโภค เริ่มจากการเตรียมดิน หลังจากการทำนาโดยการถากถางตอซังข้าว และวัชพืชต่างๆ ในนา แล้วใช้รถไถเดินตาม หรือบ้างใช้แรงงานคน ขุดไถแหวกร่องผ่าแบ่งแปลงเป็นช่วงๆ เพื่อเป็นร่องน้ำเอาน้ำเข้า หรือเป็นทางระบายน้ำออกจากแปลงในกรณีน้ำมากเกิน ไป ดินที่แหวกร่องก็ฟื้นขึ้นมาทุบเกลี่ยบนแปลงที่ถากตอซังแล้วใส่ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก ปรับหน้าดินให้เรียบ เรียกว่าปลูกแบบไม่ขุดดินทั้งผืนแต่ขุดเฉพาะร่องน้ำ และไม่ค่อยมีโรค หรือแมลงรบกวนมากนัก นอกจากนี้ เกษตรกรที่นี่ยังใส่ใจเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น มีการจัดตั้ง กลุ่มกระเทียมน้ำปาด ปลูกกระเทียมปลอดสารพิษ ขึ้น ถึงแม้ผลผลิตที่ได้จะมีน้ำหนักลดน้อยลง แต่คุณภาพไม่น้อยตามแน่นอน เพราะได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตที่ดีและเหมาะสม (GAP) จากกรมวิชาการเกษตรเรียบร้อยแล้ว

สับปะรดห้วยมุ่น เป็นสับปะรดสายพันธุ์ ปัตตาเวีย ที่ปลูกในตำบลห้วยมุ่น อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ มีเนื้อที่ปลูกประมาณ 8,300 ไร่ มีเอกลักษณ์โดดเด่นจนได้รับทะเบียน GI (สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์) จุดเด่นและลักษณะสำคัญ รสชาติหวานฉ่ำ มีกลิ่นหอม เนื้อละเอียดไม่มีเสี้ยน ลักษณะผล เปลือกบาง ตาตื้น ทำให้ปอกง่าย รับประทานแล้ว ไม่กัดลิ้น ไม่ระคายคอ เนื้อหนา สีเหลืองเข้มเหมือนสีน้ำผึ้ง ถือเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่สร้างชื่อเสียงให้กับอำเภอน้ำปาดและจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ.

Image110 Image111 Image112 Image113 Image114 Image115 Image117 Image119 Image121Image124 Image125 Image126 Image127 Image129 Image130 Image131 Image132 Image133

 

Facebook Comments Box

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า